รู้ไหมคนไอซ์แลนด์ก็ชอบปล่อยนกเหมือนกัน (แต่เขาไม่ได้หวังบุญกันนะ)

รู้ไหมคนไอซ์แลนด์ก็ชอบปล่อยนกเหมือนกัน (แต่เขาไม่ได้หวังบุญกันนะ)
 
.
ในช่วงเดือนสิงหาคมลากยาวถึงตุลาคมของทุกปี ผู้คนบนเกาะเวสต์แมน ประเทศไอซ์แลนด์ จะรวมตัวกันทำกิจกรรม ‘ปล่อยนกพัฟฟิน’ บริเวณหน้าผาฝั่งทางใต้ของเกาะ เพื่อให้นกให้ออกโบยบินไปหาอาหารและเติบโตอย่างอิสระ
.
แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่านี่เป็นงานปล่อยนกทำบุญโปรดสัตว์อย่างที่เราคุ้นๆ กัน สิ่งที่คนไอซ์แลนด์ทำมีที่มาที่ไปที่อธิบายถึงความเห็นอกเห็นใจกันมากกว่าการซื้อสัตว์ในกรงไปปล่อยเป็นไหนๆ
.
และยังเป็นการแก้ไขสิ่งผิดที่คนเราเป็นผู้ก่อไว้ด้วย
.
ก่อนจะเข้าเรื่องต้องเกริ่นสักนิดว่า ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่มีนกพัฟฟินอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก คือ 60 เปอร์เซ็นต์ของนกที่มีอยู่ ทำรัง วางไข่ ผสมพันธุ์กันในประเทศนี้
.
ส่วนที่เหลือกระจายกันไปตามฝรั่งเศส อังกฤษ กรีนแลนด์ นอร์เวย์
.
เหตุที่นกพัฟฟินเลือกเอาไอซ์แลนด์เป็นบ้าน เพราะที่นี่มีภูมิประเทศเหมาะกับการทำรังวางไข่ หรือก็คือตามซอกตามชะง่อนผาและโขดหินริมทะเล ซึ่งปลอดภัยและออกไปหาปลามากินง่าย
.
โดยธรรมชาติ เมื่อลูกนกออกจากไข่ ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่จนเริ่มจะแข็งแรง สิ่งที่พวกมันต้องทำเพื่ออยู่รอดคือการบินออกไปใช้ชีวิตหาอาหารในทะเลโดยมีแสงของพระจันทร์เป็นตัวกำหนดทิศทาง
.
แต่เมื่อคนเรามาสร้างเมือง นกเกิดใหม่ที่ยังแยกไม่ออกว่าแสงจันทร์กับนีออนต่างกันอย่างไร ก็จะพากันบินเข้ามาในเมือง หรือไม่ก็บินไปหาปลาตามท่าเรือเสียแทน
.
ซึ่งหากใครได้ไปเยือนกาะเวสต์แมนช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ก็จะพบเห็นนกพัฟฟินเดินเตร็ดเตร่อยู่ในเมืองหรือไม่ก็ดำผุดดำว่ายอย่างงงๆ อยู่ตามท่าเรือ (ที่ๆ พบบ่อยเป็นจุดที่มีแสงสว่างมากที่สุด เช่น ท่าเรือ สนามกอล์ฟ โรงพยาบาล โรงเรียน สถานีบริการน้ำมัน หรือสถานที่ก่อสร้าง) พร้อมๆ กับที่เห็นชาวเมืองช่วยกันจับนกใส่ลังกระดาษ เพื่อนำนกไปปล่อยยังหน้าผาของเกาะ
.
โดยชาวเมืองจะช่วยกันเดินสอดส่องหานกกันตอนกลางคืน จับนกใส่กล่อง ถ่ายภาพ ชั่งน้ำหนัก แล้วส่งข้อมูลไปยังเว็บไซต์ https://www.lundi.is/ ที่เป็นหน่วยงานอนุรักษ์ของท้องถิ่น เพื่อบันทึกข้อมูลของนกก่อนปล่อย เพื่อรวบรวมว่าปีนี้มีลูกนกหลงทางกี่ตัว และสภาพของพวกมันเป็นอย่างไร เพื่อเอาข้อมูลไปเชื่อมโยงกับการทำรัง และหาว่าปีนี้มีนกเกิดใหม่เท่าไหร่ หรือก็คือทำในแบบที่ว่า ‘วิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง’ นั่นเอง
.
ในแต่ละปีจะพบนกพัฟฟินหลงทางไม่ต่ำกว่า 100 ตัวทีเดียว
.
กิจกรรมปล่อยนกฟัฟฟิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘puffling season’ จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมลากยาวไปถึงสิ้นเดือนตุลาคมของทุกปี (ไม่สามารถกำหนดได้แน่ชัดว่าเป็นวันไหน ขึ้นอยู่กับว่าลูกนกพร้อมบินออกจากรังไวแค่ไหน เพราะวิกฤตโลกร้อนทำให้พ่อแม่นกหาอาหารมาป้อนลูกได้ไม่เท่ากันในแต่ละปี)
.
ส่วนสถานที่ปล่อย มีการกำหนดไว้ว่าต้องเป็น Beautiful Puffin and Shore View ซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะ เพราะเป็นจุดที่อยู่ในทิศทางเหมาะสมสำหรับการออกทะเลของนกพัฟฟิน และจะพบนกที่โตแล้วมารอออกตัวอยู่ตำแหน่งนี้เป็นจำนวนมาก
.
ดังที่กล่าวไปตอนต้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ชาวเมืองช่วยเหลือสิ่งมีชีวิตเพื่อแก้ไขความผิดที่ตัวเองสร้างไว้อย่างไม่ได้ตั้งใจ และเป็นความเห็นอกเห็นใจกันอย่างที่เรียกว่า ‘มิตรภาพต่างสายพันธุ์’
.
แต่เรื่องนี้ก็แอบมีดรามาผสมอยู่หน่อยๆ เช่นกัน
.
หลังการปล่อยนกพัฟฟินได้กลายเป็นกิจกรรมที่เหมือนดั่งประเพณี ก็เริ่มมีคนต่างถิ่นเข้ามาร่วมแจม อยากทำกิจกรรมช่วยเหลือด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งดี เว้นแต่ว่าบางคนดันปล่อยนกด้วยวิธีการโยนลูกนกออกไปนอกหน้าผา
.
โดยสัญชาตญาณพวกมันจะกระพือปีกเอาตัวรอดได้ แต่ก็มีคำแนะนำว่าจริงๆ แล้ว เราควรปล่อยนกบนพื้นแล้วให้พวกมันบินเอง ตัวอื่นๆ ก็จะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบเมื่อตัวใดตัวหนึ่งเริ่มออกบิน
.
Kyana Sue Powers บล็อกเกอร์จากเมืองบอสตัน ผู้ที่มาร่วมปล่อยนกพัฟฟิน 2 ปี ติดต่อกัน บรรยายว่า เธอรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือนกให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ
.
แต่เมื่อตัดภาพไปที่คนท้องถิ่น พวกเขาดูเหมือนไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอย่างที่เธอเป็น เหมือนกับว่า คือหน้าที่ ที่ต้องทำ
.
อ้างอิง: NPR. Why it's perfectly normal to see baby puffins thrown off cliffs in Iceland each year. https://citly.me/IJSX4
Puffling season in Vestmannaeyjar https://citly.me/gpeMk
 
 
ที่มา :.
 
 
Visitors: 830,761