ผลวิจัยชี้การกินช็อกโกแลต อาจช่วยลดความอ้วนได้

ผลวิจัยชี้การ “กินช็อกโกแลต” อาจช่วยลดความอ้วนได้

“คุณสามารถกินช็อกโกแลตเพื่อลดความอ้วนได้” พูดแบบนี้ไปใครจะไปเชื่อ แต่ “นัยยะ” ของงานวิจัยล่าสุดดูจะเป็นแบบนั้น

เปิดเรื่องมาแบบนี้ คุณบางคนคงตื่นเต้น แต่เรื่องนี้มี “รายละเอียด” ที่คุณต้องทำความเข้าใจ และขอบอกก่อนเลยว่าอย่าไปกินช็อกโกแลตเพื่อลดความอ้วน โดยไม่อ่านให้จบนะครับ

ขอเริ่มจากประเด็นก่อนว่าเขาวิจัยกันทำไม

เคยได้ยินเรื่อง “โรคไขมันพอกตับ” (fatty liver disease) กันไหม? ถ้าไม่เคยได้ยิน อาจต้องเล่ากันนิดหน่อย

 

คือร่างกายมนุษย์มีกลไกสะสมพลังงานหลักๆ 2 กลไก

กลไกแรกคือการเก็บไขมันไปไว้ในเซลล์ไขมันที่เรารู้จักกันดี อีกกลไกคือการเก็บไขมันไว้ที่ตับ ซึ่งอันนี้มองภายนอกไม่เห็น

อย่างไรก็ดี โดยทั่วๆ ไปคนที่ “อ้วน” มักจะไม่ได้มีแค่ไขมันรอบๆ ตัวเท่านั้น แต่จะมีไขมันไปพอกที่ตับด้วย

ถามว่าถ้าไขมันพอกที่ตับมากไปจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบง่ายๆ ก็คือจะ “ตับแข็ง” หรือตับก็จะทำงานไม่ได้ตามปกติ และถ้าตับทำงานไม่ได้ตามปกติถึงขั้นรุนแรง ก็จะเรียกว่าภาวะ “ตับวาย” และถ้าตับวายหนักข้อ เราก็จะตาย เช่นเดียวกับอวัยวะภายในที่สำคัญใดๆ ทำงานไม่ได้ตามปกติถึงขั้นรุนแรง เราก็ตายทั้งนั้น


ทีนี้ เราจะพูดถึงภาวะนี้ทำไม?

คำตอบคือ ในโลกนี้คนประมาณ 1 ใน 4 มีภาวะไขมันพอกตับ โดยส่วนใหญ่คนที่เป็นคือ “คนอ้วน” กับ “คนกินเหล้ามากๆ”

ซึ่งถ้าคุณอ้วน หรือคุณกินเหล้าจัด แนวโน้มคือคุณน่าจะไขมันพอกตับโดยไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นน้อยๆ มันไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นมากๆ ก็ตายแบบที่ว่า ซึ่งในทางสาธารณสุข เขาก็ต้องพยายามจะป้องกันไม่ให้คนตายก่อนที่คนจะตายอยู่แล้ว

ดังนั้นการต่อสู้กับภาวะไขมันพอกตับ จึงเป็นโจทย์หนึ่งทางสาธารณสุข

วิธีสู้กับไขมันพอกตับ หลักๆ ไม่ใช่การกินยาอะไร เพราะสำหรับคนส่วนใหญ่นั้นไม่ใช่อาการร้ายแรงแบบที่จะต้องพัฒนายามาสู้ (เว้นจะฟอกจนตับแข็ง แบบนั้นต้องกินพวกยาบำรุงตับ) แต่ประเด็นคือ เราจะป้องกันยังไงให้มันไม่เลวร้ายกว่าเดิม หรือกระทั่งทำให้มันดีขึ้น

และทั่วๆ ไปเขาก็กลับไปดูเรื่องอาหารการกินว่า เออ กินอะไรแล้วไขมันจะพอกตับน้อยลง และเขาก็ไปทดลองกับหนู คือให้พวกมันกินสารพัดแหละ และให้ “อาหารเสริม” ต่างๆ กันไป

นี่คือวิธีการทดลองที่ดีที่สุดที่มนุษย์ทำได้แล้วในการหาสรรพคุณด้านสุขภาพของสารต่างๆ หลังจากทดลองก็เลยได้พบว่า “อาหารเสริม” ที่กินเข้าไปแล้ว พวกหนูนี่มีภาวะไขมันพอกตับน้อยลง ได้แก่ “โกโก้” ซึ่งโดยทั่วๆ ไปเรารู้จักกันในนามช็อกโกแลต

ตรงนั้นต้องเข้าใจก่อนว่าช็อกโกแลตนี่โดยตัวมันเองมีรสขมนะครับ ไม่ได้หวาน ตัวมันเองคือผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากผงโกโก้ ดังนั้นเวลาพูดถึงช็อกโกแลต ไม่ต้องหวาน เพราะชงโกโก้ใส่นม หรือใส่น้ำร้อนกิน ก็เรียกว่าช็อกโกแลตได้ และมันไม่ต้องหวาน

โอเค เข้าใจว่าช็อกโกแลตคืออะไรแล้ว มาต่อกัน

ในการทดลอง เขาพบว่าพวกหนูที่กินช็อกโกแลต มีไขมันพอกตับลดลงใช่มั้ยครับ แต่ที่น่าสนใจคือ เขาพบอีกว่า พวกหนูกลุ่มที่กินช็อกโกแลตเสริมไปด้วยกลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กิน

อันนี้อาจงง อ้าว กินเยอะกว่า แต่ทำไมน้ำหนักขึ้นน้อยกว่า? นี่แหละ ความสนุกมันอยู่ตรงนี้…

นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า แม้ว่าเราจะยังไม่ทราบชัดว่ากลไกในทางชีวเคมีตรงนี้คืออะไรชัดๆ แต่จากความรู้ที่มี สันนิษฐานได้ว่า ช็อกโกแลตน่าจะไป “ลดการดูดซึม” ทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตเข้าสู่ร่างกาย หรือพูดง่ายๆ มันไปบล็อกให้แป้ง น้ำตาล และไขมันที่กินเข้าไปไม่เข้าสู่ร่างกาย และออกมาทางระบบขับถ่ายเลย

ถ้าพอมีความรู้พื้นฐาน “ความอ้วน” ของเรานั้นมาจากน้ำตาลและไขมันนี่แหละ (ต้องทั้งคู่นะครับ ตัวใดตัวหนึ่ง ทำให้เราอ้วนไม่ได้) ซึ่งภาวะไขมันพอกตับก็เหมือนกัน มันเกิดจากภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงพร้อมๆ กับมีไขมัน ร่างกายมองว่าไม่ได้ใช้ไขมันแน่ๆ ก็เลยสั่งให้ไปสะสมหรือ “พอก” ที่ตับ รอการใช้ในอนาคต

และนี่เลยทำให้การกินช็อกโกแลตส่งผลให้ร่างกายดูดซึมให้สิ่งเหล่านี้น้อยลง และทำให้ทั้ง “อ้วน” น้อยลง และไขมันพอกตับน้อยลงไปพร้อมกัน

เอาล่ะ การวิจัยที่ทำให้เราพบโดยบังเอิญว่าโกโก้จะช่วยเราลดความอ้วนได้ คือไม่ได้จะวิจัยหาอาหารลดความอ้วนเลย แต่ผลวิจัยดันไปเจอว่า “ช็อกโกแลต” จะช่วยเราลดความอ้วนได้ อย่างน้อยๆ ผลการทดลองในหนูก็บอกเราแบบนั้น

ทั้งนี้ พอผลวิจัยแพร่ไป ก็ไม่แปลกใจเลยว่านักวิชาการเขาก็ปรามๆ กันเลยว่า ได้ยินแบบนี้อย่าไปทะลึ่งกินช็อกโกแลตก้อนหวานๆ กันเพื่อลดความอ้วน เพราะน้ำตาลในนั้นน่าจะหักล้างผลดีที่จะเกิดจากโกโก้ในช็อกโกแลตจนหมดสิ้น และกินไปมากๆ ถึงไม่อ้วนก็อาจได้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 แทน แต่คุณต้องกินโกโก้เพียวๆ ไม่ใช่แบบที่ขายๆ กันเป็นขนม

แต่ถามว่า แล้วจะกินยังไงดีล่ะให้รู้ผล?

เอาง่ายๆ ก็ทำเหมือนหนูในการทดลองเลย ก็กินแบบเดิมน่ะแหละ แต่ลองเพิ่มโกโก้ร้อนสักวันละแก้ว มันน่าจะส่งผลบ้างไม่มากก็น้อย แบบกินไปสักเดือน ลองดูว่าน้ำหนักจะเปลี่ยนไหม

แต่ขอย้ำอีกรอบนะครับ “อย่าใส่น้ำตาล” ในโกโก้เด็ดขาด เพราะนั่นน่าจะหักล้างสรรพคุณของโกโก้ที่เราต้องการจนหมด


อ้างอิง

  • SCMP. Eating chocolate could help people with fatty liver disease, study of cocoa powder’s benefits suggests. https://bit.ly/2UiHadg
  • Sci-News. Cocoa Supplementation Mitigates Severity of Fatty Liver Disease in Obese Mice, Study Shows. https://bit.ly/3xpM3A9

 

ที่มา : brandthink.me

https://www.facebook.com/brandthink.me/


Visitors: 517,082