บอกลา ‘วินาทีอธิกสุรทิน’ เมื่อ 1 วันของโลก หมุนไม่ตรงกับนาฬิกาของมนุษย์
|
บอกลา ‘วินาทีอธิกสุรทิน’ เมื่อ 1 วันของโลก หมุนไม่ตรงกับนาฬิกาของมนุษย์
โบกมือลา 'วินาทีอธิกสุรทิน' เมื่อสำนักจับเวลาโลกประกาศยกเลิกการปรับเวลา 1 วินาทีให้ตรงกับการหมุนของโลกอย่างเป็นทางการ ตัดปัญหาฝันร้ายวงการไอที หลายคนคงคุ้นเคยกับ 'ปีอธิกสุรทิน' (Leap Year) ที่เดือนกุมภาพันธ์จะมี 29 วันในทุกๆ 4 ปี เพื่อชดเชยเวลาที่โลกใช้โคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 365.25 วัน ให้ตรงกับปฏิทิน แต่รู้หรือไม่ว่า ในระดับวินาที โลกเราก็เคยมีสิ่งที่เรียกว่า 'วินาทีอธิกสุรทิน' หรือ 'วินาทีอธิกมาส' (Leap Second) ซึ่งล่าสุดบรรดาผู้กำหนดเวลาทั่วโลกได้ลงมติยกเลิกการใช้วิธีนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ทำความเข้าใจ: ‘วินาทีอธิกสุรทิน’ คืออะไร? เวลาทางดาราศาสตร์ (UT1): วัดจากการหมุนรอบตัวเองของโลกจริงๆ ซึ่ง 'มีความไม่แน่นอน' เพราะความเร็วหมุนของโลกเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามปัจจัยธรรมชาติ เช่น กระแสน้ำ ลม ภูเขาไฟ หรือการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก เวลาสากลเชิงพิกัด (UTC): วัดด้วย 'นาฬิกาอะตอม' ซีเซียม-133 ซึ่งเดินตรงเป๊ะ ความแม่นยำสูงมาก เนื่องจากโลกหมุนช้าลงเรื่อยๆ ทำให้เวลาทางดาราศาสตร์เริ่มเดินช้ากว่านาฬิกาอะตอม ตั้งแต่ปี 1972 นักวิทยาศาสตร์จึงแก้ปัญหาด้วยการ 'หยุดนาฬิกาอะตอมไว้ 1 วินาที' เป็นระยะๆ เพื่อรอให้โลกหมุนตามทัน หากความคลาดเคลื่อนใกล้แตะระดับ 0.9 วินาที ซึ่งวินาทีพิเศษที่เพิ่มเข้ามานี้เองเรียกว่า วินาทีอธิกสุรทิน (เพิ่มมาแล้วรวม 27 วินาที)
ทำไมถึงต้องยกเลิก? ทำระบบและเว็บไซต์ล่ม: คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ ดาวเทียม และ GPS ถูกออกแบบมาให้นับเวลาต่อเนื่อง การแทรก 1 วินาทีแบบกะทันหันเคยทำให้เว็บไซต์ใหญ่อย่าง Reddit หรือระบบสายการบินรวนมาแล้ว ความเสี่ยงวินาทีติดลบ: นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา โลกกลับหมุนเร็วขึ้นผิดปกติ ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าอาจต้องใช้ "วินาทีอธิกสุรทินติดลบ" (ลบเวลาออก 1 วินาที) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งซอฟต์แวร์ทั่วโลกไม่เคยถูกทดสอบรับมือมาก่อน และเสี่ยงเกิดวิกฤตคล้าย Y2K เปลี่ยนสู่ระบบใหม่: ‘ชั่วโมงอธิกสุรทิน’ นั่นหมายความว่า หากในอนาคตเวลาจากนาฬิกาอะตอมและเวลาจากการหมุนของโลกต่างกันถึง 1 ชั่วโมง จึงจะมีการปรับ “ชั่วโมงอธิกสุรทิน” (Leap Hour) ซึ่งคาดว่าอาจไม่ต้องปรับเลยอีกนานหลายร้อยหรือหลายพันปีข้างหน้า ถือเป็นการปิดตำนานการปรับวินาทีที่สร้างความปวดหัวให้วงการไอทีมานานกว่า 30 ปีลงอย่างสมบูรณ์
ที่มา : https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/865452
|

