ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก เรื่องปกติหรือสัญญาณเตือนสุขภาพ?

ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก เรื่องปกติหรือสัญญาณเตือนสุขภาพ?

 

 

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะปวดปัสสาวะ แล้วต้องลุกไปเข้าห้องน้ำก่อนจะกลับมานอนต่อ บางครั้งอาจเกิดขึ้นเพียงเป็นครั้งคราว แต่สำหรับบางคนเหตุการณ์แบบนี้กลับเกิดขึ้นแทบทุกคืน จนเริ่มตั้งคำถามว่า เรื่องแบบนี้ถือว่า “ปกติ” หรือกำลังเป็นสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพ

อีบุ๊กฟรีเล่มนี้จะสอนเคล็ดลับการซื้อขายทั้งหมดที่คุณจำเป็นต้องรู้
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนไม่ใช่เรื่องแปลก ข้อมูลระบุว่า ประมาณหนึ่งในสามของผู้ใหญ่ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี และเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มักต้องลุกไปปัสสาวะในช่วงกลางคืน

ภาวะนี้มีชื่อทางการแพทย์ว่า Nocturia หรือ การปัสสาวะตอนกลางคืน

ดร.เจฟฟรีย์ ไวส์ (Dr. Jeffrey Weiss) ประธานภาควิชาศัลยศาสตร์ระบบทางเดินปัสสาวะ จาก SUNY Downstate Health Sciences University อธิบายว่า โดยทั่วไปแล้ว การตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนไม่ได้ถือว่าเป็นปัญหาทางการแพทย์ เว้นแต่ว่า ต้องลุกขึ้นมากกว่าสองครั้งต่อคืน หรือไม่สามารถกลับไปนอนหลับต่อได้

แม้บางครั้งสาเหตุอาจมาจากปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น การติดเชื้อ หรือภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (overactive bladder) แต่โรคอื่น ๆ อย่าง เบาหวาน โรคหัวใจ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้เช่นกัน

“กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย” พาผู้อ่านไปสำรวจว่า การตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนบอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ และเราจะดูแลตัวเองอย่างไรให้หลับได้ยาวขึ้นโดยที่ไม่ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก

 

ทำไมเราถึงต้องลุกไปปัสสาวะตอนกลางคืน

ในระดับพื้นฐาน ภาวะ nocturia มักเกิดขึ้นจากสองสาเหตุหลัก

อย่างแรกคือ ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไปในตอนกลางคืน

อีกอย่างคือ กระเพาะปัสสาวะไม่สามารถกักเก็บปัสสาวะได้มากเหมือนเดิม

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประมาณ หนึ่งในสาม ของผู้ที่มีอาการนี้มักเผชิญทั้งสองปัจจัยพร้อมกัน

อายุเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม

โดนัลด์ บลิไวส์ (Donald Bliwise) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก Emory University Medical Center อธิบายว่า

ในช่วงวัยหนุ่มสาว ร่างกายของเรามักผลิตปัสสาวะส่วนใหญ่ในตอนกลางวัน แต่เมื่ออายุมากขึ้น จังหวะนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการทำงานของไตที่ลดลง ทำให้ร่างกายเริ่มผลิตปัสสาวะมากขึ้นในช่วงกลางคืน


 
call to action icon
 

ในเวลาเดียวกัน ร่างกายก็เปลี่ยนไปในอีกหลายด้าน ทั้งกระเพาะปัสสาวะที่ยืดหยุ่นน้อยลง กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่อ่อนแรงลง รวมถึงต่อมลูกหมากที่โตขึ้นในผู้ชาย สิ่งเหล่านี้ทำให้หลายคนต้องลุกขึ้นเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ดร.อเลน มาร์คแลนด์ (Dr. Alayne Markland) จาก University of Utah Health ระบุว่า นี่คือเหตุผลที่ผู้สูงวัยจำนวนมากมักมีปัญหาการตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่าคนวัยอื่น

แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น

ในบางคน โรคอย่างเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงอาจทำให้ไตทำงานหนักขึ้น จึงผลิตปัสสาวะมากขึ้นกว่าปกติ

 
ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก เรื่องปกติหรือสัญญาณเตือนสุขภาพ?

สำหรับผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์ มดลูกที่ขยายตัวอาจกดทับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น ขณะเดียวกัน อาการบวมที่ขาหรือข้อเท้าในช่วงกลางวัน เมื่อเรานอนลง ของเหลวเหล่านั้นจะไหลกลับเข้าสู่กระแสเลือด และสุดท้ายถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ

กลไกนี้ยังพบได้ในผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือปัญหาเส้นเลือดเช่นกัน

 

อีกปัจจัยหนึ่งที่หลายคนอาจไม่ทันนึกถึงคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea)

โดนัลด์ อธิบายว่า เมื่อการหายใจถูกรบกวนระหว่างการนอนหลับ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการผลิตปัสสาวะมากขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมในบางคน การใช้เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก หรือ CPAP จึงสามารถช่วยลดการตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนได้

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

แม้การตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนจะเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป แต่ในบางกรณีก็อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่

ดร.อลิสัน หวง (Dr. Alison Huang) จาก University of California San Francisco Health อธิบายว่า ภาวะนี้ไม่ได้เกี่ยวแค่เรื่องปัสสาวะ แต่ยังเชื่อมโยงกับ “คุณภาพการนอน” ด้วย

 

เธออธิบายว่า “เมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้ว สมองมักเริ่มคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ทั้งความเครียดหรือความกังวล ร่างกายจึงไม่กลับเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายได้ง่าย”

“ในแก่นแท้แล้ว nocturia จึงเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ”

นอกจากนี้ การลุกขึ้นเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืนยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย งานวิเคราะห์ในปี 2019 พบว่า ผู้ที่มีภาวะนี้มีความเสี่ยงต่อการหกล้มเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และกระดูกหักเพิ่มขึ้น 32%

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้ดูแลสภาพแวดล้อมในบ้าน เช่น เปิดไฟสลัวไว้ตอนกลางคืน ใส่รองเท้าแตะ และจัดทางเดินไปห้องน้ำให้โล่ง

โดยทั่วไปแล้ว การปรึกษาแพทย์ถือเป็นเรื่องที่ควรทำเมื่อ

  • อาการเริ่มรบกวนการนอน
  • มีอาการปัสสาวะรดที่นอน
  • หรือเริ่มตื่นบ่อยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทริคปรับพฤติกรรม เพื่อให้หลับได้ยาวขึ้น

แม้การเปลี่ยนแปลงตามวัยจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ข่าวดีคือ เราสามารถลดอาการได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หนึ่งในสิ่งสำคัญคือการดูแล “sleep hygiene” หรือสุขอนามัยการนอน

ดร.อลิสันแนะนำให้

  • หลีกเลี่ยง ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น เพราะนอกจากจะรบกวนการนอนแล้ว ยังทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากขึ้น
  • ลดการดื่มน้ำก่อนนอนประมาณ 2 - 4 ชั่วโมง แต่ยังสามารถจิบน้ำเล็กน้อยได้
  • ผักและผลไม้ที่มีน้ำสูงอย่าง แตงโม องุ่น ขึ้นฉ่าย หรือหน่อไม้ฝรั่ง อาจทำให้ต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น
  • การลดโซเดียม จะช่วยลดการคั่งของน้ำในร่างกายได้

ผู้ที่มีอาการบวมที่ขาหรือข้อเท้า การยกขาให้สูงขึ้นระหว่างวัน หรือใส่ถุงน่องทางการแพทย์ อาจช่วยลดการสะสมของของเหลวที่ไหลกลับมาตอนกลางคืน

 

การฝึก กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor) ก็ช่วยให้ควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะได้ดีขึ้น

หากมีปัญหาสุขภาพร่วมด้วย แพทย์สามารถช่วยประเมินสาเหตุ ปรับยา หรือแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้ แม้ในบางกรณีอาจมีการใช้ยา แต่ก็ไม่ได้เป็นคำตอบสำหรับทุกคน

ในหลายครั้ง การดูแลเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอะไรที่ซับซ้อน แต่อาจเริ่มจากการค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันก็เพียงพอแล้ว

 

อ้างอิง nytimes



Visitors: 1,933,738