สังคมสูงวัย กำลังทำเศรษฐกิจไทยพัง

สังคมสูงวัย กำลังทำเศรษฐกิจไทยพัง
 
ภายในไม่เกิน 20 ปี ไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด โดยจากนิยามของ UN คือมีผู้สูงอายุเกิน 65 ปีมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ แต่ของไทยเราจะพุ่งไปถึง 24%
 
จากการคาดการณ์ของธนาคารกลางพบว่า ภายใน 10 ปี สังคมสูงวัยจะทำให้ GDP ลดลง 1.5% และอัตราการเติบโตของแรงงานจะเหลือเพียง 3.5% เท่านั้น (จากปัจจุบัน 5%)
 
พูดง่ายๆ คือจะมีคนทำงานในระบบน้อยลง และ GDP ก็ลดลงไปด้วยครับ
 
 
ในขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ก็มีลูกน้อยลง ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่าเมื่อปี 1960 ผู้หญิงไทยหนึ่งคนมีลูกเฉลี่ย 6 คน แต่เมื่อปี 2015 มีลูกเฉลี่ยเพียง 1.5 คน ซึ่งน้อยกว่าค่าเฉลี่ย 2.1 ที่ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกมองว่าเป็นตัวเลขที่ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
 
ฉะนั้นในอนาคต ประเทศไทยจะมีคนในระบบแรงงาน ที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีเด็กหน้าใหม่ๆ เข้ามาทดแทนในระบบแรงงานตามเดิม
 
 
อันที่จริงหลายๆ ประเทศก็เผชิญปัญหานี้เช่นกันครับ เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ แต่ที่ดูจะต่างจากไทยคือ ประเทศเหล่านี้มีความมั่งคั่ง
 
ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของคนสิงคโปร์อยู่ที่ 57,714 USD (ราวๆ 1,730,000 บาท) ส่วนไทยอยู่ที่ 5,720 USD (ราวๆ 171,000 บาท) ซึ่งห่างกันเกือบ 10 เท่าตัว
 
พูดอีกแง่ก็คือ คนไทยยังไม่ทันจะได้รวยก็แก่เสียก่อนแล้ว พอแก่ตัวไป ไม่ได้มีเงินทองมาก ก็ต้องพึ่งพิงลูกหลานและรัฐสวัสดิการ แต่ด้วยเศรษฐกิจที่แย่ลงเรื่อยๆ ลูกหลานก็ไม่มีเงิน และเมื่อคนทำงานน้อยลง รัฐก็ไม่รู้จะเอาเงินจากไหนมาจ่ายสวัสดิการ
 
 
ฟังดูเป็นอนาคตที่ไม่สดใสเลยดีเดียวสำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากรัฐไม่ได้เตรียมแผนการรับมือใดๆ ในอนาคต
 
สำหรับตัวอย่างแนวทางที่ประเทศอื่นๆ ใช้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เช่น
 
- ส่งเสริมให้คนมีลูกมากขึ้น แต่ต้องทำพร้อมกับนโยบายที่สนับสนุนสวัสดิการเด็กและการศึกษา ให้คนรู้สึกอุ่นใจในการมีลูกว่าจะไม่เป็นภาระทางเศรษฐกิจ และลูกจะมีโอกาสโตในสังคมที่ดี
 
- ยืดอายุการทำงานให้กับผู้สูงอายุจาก 60 ปีเป็น 65 ปี
 
- ปรับเปลี่ยนทักษะแรงงานใหม่ เพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และยกระดับให้เป็นแรงงานทักษะสูง และมีรายรับสูงขึ้น
 
หรือหากเพื่อนๆ ผู้อ่านมีแนวทางที่น่าสนใจ อย่าลืมนำมาแบ่งปันกันนะครับ
 
 
ที่มา : The Columnist
Image: Pixabay
Visitors: 606,458