ว่าด้วยเรื่อง สุขภาพของ Joe Biden ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46

ว่าด้วยเรื่อง "สุขภาพของ Joe Biden"
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46
 
ล่าสุด!! สื่อหลักอย่างซีเอ็นเอ็นฟันธงชัดๆว่า โจ ไบเดน ชนะเลือกตั้ง พร้อมขึ้นเป็นประธานาธิบดี คนที่ 46 แล้ว และนี่คือมุมมองด้านสุขภาพ
 
 
มีเรื่องหนึ่งที่อยากเรียนบอกให้ทราบค่ะ เที่ยวนี้ไม่ว่าใครจะชนะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา คนต่อไป ก็จะกลายเป็นคนที่มีอายุมากที่สุดที่เคยเข้ารับตำแหน่ง
 
มาว่ากันที่ผู้คนแรก ปู่ทรัมป์ เคยทำสถิติสาบานตนรอบที่แล้วในวัย 70 ปี ตอนนี้อายุอานามเข้า 74 ว่าแต่เส้นทางสู่ทำเนียบขาวของปู่ทรัมป์ จบลงแล้วค่ะ
 
 
ด้านปู่ โจ ไบเดน อายุปาเข้าไป 78 ปีแล้วค่ะ อยู่ครบ 4 ปีเมื่อไหร่ ศิริอายุรวม 82 ปี ดูไม่จืดเลยล่ะ
 
คำถามต่อมา ปู่ Biden จะไหวไหม สุขภาพเป็นไงบ้าง?
เรื่องนี้หาคำตอบมาให้แล้วค่ะ
 
ตามการประเมินทางการแพทย์ล่าสุดของ Biden ที่ออกมาในเดือนธันวาคม 2019 รายงานโดย Kevin O'Connor, DO, รองศาสตราจารย์ด้านการแพทย์จากมหาวิทยาลัย George Washington ฟันธงชัดๆว่า..
 
Joe Biden "แข็งแรง" และเหมาะสมที่จะเป็นประธานาธิบดีได้
 
ข้อมูลระบุว่า Biden กำลังใช้ทินเนอร์เลือด (Blood Thinner) ซึ่งเป็นยาที่ช่วยให้เลือดไหลเวียนผ่านเส้นเลือดและหลอดเลือดแดงได้อย่างราบรื่น ช่วยป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดก่อตัวหรือใหญ่ขึ้น และยาสำหรับกรดไหลย้อน , คอเลสเตอรอลและโรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล
 
สิ่งที่เป็นแบบอย่างที่ดีคือ
Biden ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงออกกำลังกาย 5 วันต่อสัปดาห์ นอกเหนือจากการเคยผ่าตัดไซนัสหลายครั้งแล้ว Biden ยังได้เอาถุงน้ำดีออกและมีการกำจัดมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เนื้องอกหลายชนิด
 
ตอนทดสอบครั้งนี้
ว่าที่ประธานาธิบดี Biden สูง 5 ฟุตสูง 11 นิ้ว
มีน้ำหนัก 178 ปอนด์
ความดันโลหิต 128/84
Kevin O'Connor ให้ข้อมูลเพิ่มว่า
ในตอนแรกที่เขาพบกับ Biden ครั้งแรกในปี 2009 (พ.ศ. 2552) หรือราว 8 ปีก่อน Biden ตอนนั้นเป็นรองประธานาธิบดีสมัย บารัค โอบามา เขามีภาวะหัวใจห้องบนเริ่มเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งคราว แต่เมื่อถึงเวลาประเมินรอบนี้ O'Connor กล่าวว่า..Biden ไม่มีอาการของภาวะหัวใจห้องบน อีกต่อไป
 
แม้ว่าก่อนหน้านี้ Biden เคยบอกว่า..เขาจะดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งวาระ หากได้รับเลือก แต่เขาก็มีสุขภาพที่ดีพอที่จะอยู่ต่อได้ แม้ในสมัยที่สองก็ตาม
 
แล้วปัญหาความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นตามอายุโดยเฉพาะ "ความเสี่ยงต่อการเป็นอัลไซเมอร์" ล่ะ โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 2 เท่าในทุกๆ 5 ปี
 
ภาวะสมองเสื่อม
มีผลต่อ 1 ใน 14 คนที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและ
มีผลต่อ 1 ใน 6 คนที่มีอายุมากกว่า 80 ปี
แต่ประเด็นที่ทำให้มีความเสี่ยง สำหรับภาวะสมองเสื่อมจากหลอดเลือด เมื่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ มักมีสาเหตุหลักจากการสูบบุหรี่ การมีน้ำหนักตัวเกิน การขาดการออกกำลังกายและโรคเบาหวาน
 
รูปแบบการดำเนินชีวิต จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคสมองเสื่อมจากหลอดเลือด
แต่สำหรับโจ ไบเดน เขาคงทราบเรื่องนี้ดี และปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม
แม้ว่าตอนนี้ Biden จะมีสุขภาพที่ดี แต่ เขาเคยมีอาการสมองโป่งพอง 2 ข้างในปี 2531 ซึ่งได้รับการรักษา แพทย์ของเขายืนยันว่า สิ่งนี้ไม่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของเขาในปัจจุบัน
 
ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดเส้นเลือดโป่งพองในสมองจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ส่วนใหญ่พบเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป และพบมากที่สุดในคนอายุ 35 ถึง 60 ค่ะ
 
เจาะตรงนี้เพิ่มอีกนิดค่ะ
ประวัติทางการแพทย์ส่วนนี้ของ Biden
Cameron McDougall, MD, หัวหน้าแผนกศัลยกรรมระบบประสาท ที่ Johns Hopkins Medicine กล่าวว่า..
 
ทุกคนสามารถมีอาการโป่งพองได้ และมีโอกาสเพียง 10% -20% ที่จะมีการพัฒนาอาการ "มันเกิดขึ้นได้ แต่หากหลอดเลือดโป่งพองได้รับการรักษาอย่างดี ก็ไม่ควรมีผลกระทบต่อเนื่อง"
 
กล่าวโดยสรุป
ปู่ Biden ยังแข็งแรง และสามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46 ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร
ขออวยพรให้ปู่ สุขภาพแข็งแรง บริหารงานด้วยความราบรื่น นะคะ
 
Visitors: 876,361