ใส่หน้ากากวิ่งได้มั้ย?!?!

ใส่หน้ากากวิ่งได้มั้ย?!?!

ตอนนี้สวนเริ่มเปิด สาย healthy คิดถึงการออกกำลังกาย outdoor กันมากๆ แต่จะไปที่สาธารณะ ก็ต้องใส่ mask นะจ๊ะ คำถามเลยเกิดขึ้น ใส่แมสก์วิ่ง ได้มั้ย?!?!?!

รูปจาก new york time

คำตอบคือ ได้ หรือ ไม่ได้

นั่น งง

อันดับแรก คิดจะใส่ mask ออกกำลัง ต้องมั่นใจมากๆๆๆๆ ว่าไม่มีโรคปอด โรคหัวใจซ่อนอยู่นะคะ (ถ้ามีซ่อนอยู่นี่ถึงขั้นแย่นะคะ) และ หน้ากาก N 95 ห้ามใส่เด็ดขาด ไม่ว่า fit ระดับโลกขนาดไหน

ส่วน elevation training mask ถ้าพี่ใส่อยู่เดิม จะใส่ต่อก็กันกระจายได้ค่ะ เอาความหนักเดิมที่พี่เคยใช้อยู่ แต่ถ้าไม่เคยใช้ อย่าเพิ่งเอามาใช้โต้งๆนะจ๊ะ

ที่เหลือลองมาพิจารณามาดูกัน

1. ชนิดหน้ากาก ตอนมีหลายแบบ ยิ่งช่วงหลังหน้ากากผ้าผลิตมามากมาย บางชนิดเน้นกันน้ำมากๆ ทอละเอียดสุดๆ ทำให้การหายใจยากขึ้น แมสก์แบบนี้ ไม่เหมาะอย่างยิ่งจะมาใส่ออกกำลังกาย เพราะตอนหายใจแรงๆ แมสก์จะหลุบเข้า

คุณจะทนไม่ไหว เพราะต้องใช้แรงเยอะกว่าปกติมากในการหายใจ แล้วสุดท้ายเราก็ถอดออกนั่นเอง

หน้ากากแบบผ้าแบบอื่นที่ใส่ อาจจะเป็นหน้ากาก 3D mask ทรงแหลมๆ หน้ากากแบบนี้ ตอนหายใจจะไม่หลุบเข้าไปมากนัก เพราะมันมีทรง อาจจะช่วยให้ไม่เหนื่อยตอนหายใจ แต่สิ่งที่ต้องระวังต่อมาคือ carbondioxide คั่ง

ปกติเราหายใจธรรมดา ไม่ได้ออกกำลังกาย ก็จะมีการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดเวลา อยู่แล้ว ในระดับปกติของเมตาบอลิสมของร่างกาย แล้วก็ขับออกมาทางการหายใจ เคยมีคนทดลองแล้ว ว่าถ้าใส่ surgical mask นั่งเฉยๆ 30 นาที แล้วเจาะ ABG ไม่พบว่าคาร์บอนไดออกไซด์คั่งนะคะ

แต่ถ้าวิ่งแล้วนี่สิ บอกไม่ได้เลย หางานวิจัยยังไม่ได้ แต่วิ่งแล้วคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างมากขึ้นแน่นอน ถ้า คาร์บอนไดออกไซด์ที่สร้างเพิ่ม อยู่ในหน้ากาก แล้วระบายไม่ออก ก็จะเกิดการเอา คาร์บอนไดออกไซด์ สูดกลับเข้าไปใหม่ (rebreathing) ส่งผลให้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ไม่ถูกกำจัดแบบในภาวะปกติได้ (คาร์บอนไดออกไซด์ retention)

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เลือดจะเป็นกรดมากขึ้น หัวใจจะทำงานหนักมากขึ้น เหนื่อยขึ้น ในระดับความหนักเดิมเมื่อเทียบกับไม่ใส่หน้ากาก

่เช่นปกติ วิ่งเพซ 7, zone2 ตอนนี้ ถ้าเพซ 7 ก็อาจจะ zone 3 เป็นต้น

2. การที่หัวใจจะขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ ขึ้นกับทุนเดิมของร่างกาย ความหนักของการออกกำลังกาย อากาศในวันนั้นๆแต่สิ่งที่ต้องสังวรณ์คือ หัวใจเต้นเร็วขึ้น แปลว่าทำงานหนักเพิ่มแน่นอน

3. การขับความร้อนจากร่างกายก็เสียไปจากการใส่หน้ากาก เพราะร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้นอีก หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอีก

4. หน้ากากเปียก เพราะเหงือที่ออกมา ถ้าหน้ากากเปียกก็จะทำให้เราหายใจผ่านผ้าเปียกๆ ซึ่งก็ยากขึ้นอีก (ไม่เชื่อไปลองดูได้เลย) ทำให้แรงที่ต้องใช้ในการหายใจมากขึ้นอีก ดังนั้น เราจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นได้อีก

*** นี่พูดถึงเฉพาะ easy run หรือ Z2 เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึง tempo or interval ซึ่งไม่มีทางใส่หน้ากากวิ่งได้แน่นอน

5. ฟังเสียงร่างกายตัวเอง ปกติ ร่างกายเราจะบอกเราเอง ว่ามันไหวมั้ย ถ้าเราตั้งใจฟังเสียงร่างกายมากพอ แต่!!! ถ้าเราเป็นกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ จะวิ่งให้จบ ไม่หยุด ก็จะเกิดภาวะหูดับ ไม่ได้ยินเสียงร่างกายตัวเอง หรือบางคนอาจจะเป็นกลุ่ม sense ไม่ดีมากนัก จะไม่ค่อยรู้สึกอะไร

ถ้าเราได้ยินเสียงร่างกายเรา มันก็จะบอกให้เราหยุดวิ่ง แล้วเอาหน้ากากออก เพื่อหายใจยาวๆ ลึกๆ จิบน้ำ อะไรพวกนั้น หรือไม่เราก็จะหงุดหงิด เอาหน้ากากออกแม่มเลย 555 ซึ่งก็คงผิดวัตถุประสงค์สวน แต่ตอนนั้น ถ้าเอาอารมณ์นักกีฬามาพูด ก็จะประมาณว่า ช่างแม่งวะ ไม่ใส่แล้ว ร้อน เหนื่อย วิ่งไม่ออกเป็นต้น

อาการอื่นที่บอกเรา เช่น มึนหัว เหนื่อยเยอะ คลื่นไส้ ปวดท้อง (ทีีไม่ใช่ side stitch) ตาลาย มีแบบนี้มา หยุดพัก ถอดแมสก์ทันที

ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบว่า ใส่ mask วิ่ง ได้หรือไม่ได้ ถามว่าแนะนำมั้ย ตอบว่า ไม่แนะนำให้ใส่วิ่งนะคะ แต่ไม่แนะนำอะไร ยังไงก็จะมีคนอยากทำอยู่ดีเนอะ ดังนั้นถ้าคิดจะทำ มาดูตามนี้

สรุป

1. ชนิดผ้าของหน้ากากเรา

2. ทรงของหน้ากากของเรา

3. เราสร้างขึ้นมา อุณหภูมิวันนั้น ถ้าเยอะ ก็แย่เร็ว

4. ความหนักของการออกกำลังกาย (ต้อง easy เท่านั้นจริงๆ อย่าเปรี้ยวเด็ดขาด)

5. ความรับรู้ในการฟังเสียงร่างกายตัวเอง (อันนี้แหละ ที่หมอกังวลมาก เพราะหลายคนไม่รู้ตัวจิงๆ)

6. การถอดหน้ากาก ในที่สวนสาธารณะ อาจจะอันตรายกับคนอื่น นะคะ ไม่แนะนำ!

 

 

ที่มา : https://www.blockdit.com/articles/5eb2ca734539cb0c9cfc456b/#

ในมุมมองของหมอดาร์กซึ่งเป็นนักวิ่งและหมอปอด

ตอนนี้สวนเริ่มเปิด สาย healthy คิดถึงการออกกำลังกาย outdoor กันมากๆ แต่จะไปที่สาธารณะ ก็ต้องใส่ mask นะจ๊ะ

คำถามเลยเกิดขึ้น

ใส่แมสก์วิ่ง ได้มั้ย?!?!?!

รูปจาก new york time

คำตอบคือ ได้ หรือ ไม่ได้

นั่น งง

อันดับแรก คิดจะใส่ mask ออกกำลัง ต้องมั่นใจมากๆๆๆๆ ว่าไม่มีโรคปอด โรคหัวใจซ่อนอยู่นะคะ (ถ้ามีซ่อนอยู่นี่ถึงขั้นชิบหายนะคะ) และ หน้ากาก N 95 ห้ามใส่เด็ดขาด ไม่ว่า fit ระดับโลกขนาดไหน

ส่วนelevation training mask ถ้าพี่ใส่อยู่เดิม จะใส่ต่อก็กันกระจายได้ค่ะ เอาความหนักเดิมที่พี่เคยใช้อยู่ แต่ถ้าไม่เคยใช้ อย่าเพิ่งเอามาใช้โต้งๆนะจ๊ะ

ที่เหลือลองมาพิจารณามาดูกัน

1. ชนิดหน้ากาก ตอนมีหลายแบบ ยิ่งช่วงหลังหน้ากากผ้าผลิตมามากมาย บางชนิดเน้นกันน้ำมากๆ ทอละเอียดสุดๆ ทำให้การหายใจยากขึ้น แมสก์แบบนี้ ไม่เหมาะอย่างยิ่งจะมาใส่ออกกำลังกาย เพราะตอนหายใจแรงๆ แมสก์จะหลุบเข้า

คุณจะทนไม่ไหว เพราะต้องใช้แรงเยอะกว่าปกติมากในการหายใจ แล้วสุดท้ายเราก็ถอดออกนั่นเอง

หน้ากากแบบผ้าแบบอื่นที่ใส่ อาจจะเป็นหน้ากาก 3D mask ทรงแหลมๆ หน้ากากแบบนี้ ตอนหายใจจะไม่หลุบเข้าไปมากนัก เพราะมันมีทรง อาจจะช่วยให้ไม่เหนื่อยตอนหายใจ แต่สิ่งที่ต้องระวังต่อมาคือ carbondioxide คั่ง

ปกติเราหายใจธรรมดา ไม่ได้ออกกำลังกาย ก็จะมีการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดเวลา อยู่แล้ว ในระดับปกติของเมตาบอลิสมของร่างาย แล้วก็ขับออกมาทางการหายใจ เคยมีคนทดลองแล้ว ว่าถ้าใส่ surgical mask นั่งเฉยๆ 30 นาที แล้วเจาะ ABG ไม่พบว่าคาร์บอนไดออกไซด์คั่งนะคะ

แต่ถ้าวิ่งแล้วนี่สิ บอกไม่ได้เลย หางานวิจัยยังไม่ได้ แต่วิ่งแล้วคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างมากขึ้นแน่นอน ถ้า คาร์บอนไดออกไซด์ที่สร้างเพิ่ม อยู่ในหน้ากาก แล้วระบายไม่ออก ก็จะเกิดการเอา คาร์บอนไดออกไซด์ สูดกลับเข้าไปใหม่ (rebreathing) ส่งผลให้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ไม่ถูกกำจัดแบบในภาวะปกติได้ (คาร์บอนไดออกไซด์ retention)

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เลือดจะเป็นกรดมากขึ้น หัวใจจะทำงานหนักมากขึ้น เหนื่อยขึ้น ในระดับความหนักเดิมเมื่อเทียบกับไม่ใส่หน้ากาก

่เช่นปกติ วิ่งเพซ 7, zone2 ตอนนี้ ถ้าเพซ 7 ก็อาจจะ zone 3 เป็นต้น

การที่หัวใจจะขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ ขึ้นกับทุนเดิมของร่างกาย ความหนักของการออกกำลังกาย อากาศในวันนั้นๆ

แต่สิ่งที่ต้องสังวรณ์คือ หัวใจเต้นเร็วขึ้น แปลว่าทำงานหนักเพิ่มแน่นอน

3. การขับความร้อนจากร่างกายก็เสียไปจากการใส่หน้ากาก เพราะร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้นอีก หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอีก

4. หน้ากากเปียก เพราะเหงือที่ออกมา ถ้าหน้ากากเปียกก็จะทำให้เราหายใจผ่านผ้าเปียกๆ ซึ่งก็ยากขึ้นอีก (ไม่เชื่อไปลองดูได้เลย) ทำให้แรงที่ต้องใช้ในการหายใจมากขึ้นอีก ดังนั้น เราจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นได้อีก

*** นี่พูดถึงเฉพาะ easy run หรือ Z2 เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึง tempo or interval ซึ่งไม่มีทางใส่หน้ากากวิ่งได้แน่นอน

5. ฟังเสียงร่างกายตัวเอง ปกติ ร่างกายเราจะบอกเราเอง ว่ามันไหวมั้ย ถ้าเราตั้งใจฟังเสียงร่างกายมากพอ แต่!!! ถ้าเราเป็นกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ จะวิ่งให้จบ ไม่หยุด ก็จะเกิดภาวะหูดับ ไม่ได้ยินเสียงร่างกายตัวเอง หรือบางคนอาจจะเป็นกลุ่ม sense ไม่ดีมากนัก จะไม่ค่อยรู้สึกอะไร

ถ้าเราได้ยินเสียงร่างกายเรา มันก็จะบอกให้เราหยุดวิ่ง แล้วเอาหน้ากากออก เพื่อหายใจยาวๆ ลึกๆ จิบน้ำ อะไรพวกนั้น หรือไม่เราก็จะหงุดหงิด เอาหน้ากากออกแม่มเลย 555 ซึ่งก็คงผิดวัตถุประสงค์สวน แต่ตอนนั้น ถ้าเอาอารมณ์นักกีฬามาพูด ก็จะประมาณว่า ช่างแม่งวะ ไม่ใส่แล้ว ร้อน เหนื่อย วิ่งไม่ออกเป็นต้น

อาการอื่นที่บอกเรา เช่น มึนหัว เหนื่อยเยอะ คลื่นไส้ ปวดท้อง (ทีีไม่ใช่ side stitch) ตาลาย มีแบบนี้มา หยุดพัก ถอดแมสก์ทันที

ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบว่า ใส่ mask วิ่ง ได้หรือไม่ได้ ถามว่าแนะนำมั้ย ตอบว่า ไม่แนะนำให้ใส่วิ่งนะคะ แต่ไม่แนะนำอะไร ยังไงก็จะมีคนอยากทำอยู๋ดีเนอะ ดังนั้นถ้าคิดจะทำ มาดูตามนี้

สรุป

1. ชนิดผ้าของหน้ากากเรา

2.ทรงของหน้ากากของเรา

3. ที่เราสร้างขึ้นมา อุณหภูมิวันนั้น ถ้าเยอะ ก็แย่เร็ว

4. ความหนักของการออกกำลังกาย (ต้อง easy เท่านั้นจริงๆ อย่าเปรี้ยวเด็ดขาด)

5. ความรับรู้ในการฟังเสียงร่างกายตัวเอง (อันนี้แหละ ที่หมอกังวลมาก เพราะหลายคนไม่รู้ตัวจิงๆ)

6. การถอดหน้ากาก ในที่สวนสาธารณะ อาจจะอันตรายกับคนอื่น นะคะ ไม่แนะนำ!

ในมุมมองของหมอดาร์กซึ่งเป็นนักวิ่งและหมอปอด

ตอนนี้สวนเริ่มเปิด สาย healthy คิดถึงการออกกำลังกาย outdoor กันมากๆ แต่จะไปที่สาธารณะ ก็ต้องใส่ mask นะจ๊ะ

คำถามเลยเกิดขึ้น

ใส่แมสก์วิ่ง ได้มั้ย?!?!?!

รูปจาก new york time

คำตอบคือ ได้ หรือ ไม่ได้

นั่น งง

อันดับแรก คิดจะใส่ mask ออกกำลัง ต้องมั่นใจมากๆๆๆๆ ว่าไม่มีโรคปอด โรคหัวใจซ่อนอยู่นะคะ (ถ้ามีซ่อนอยู่นี่ถึงขั้นชิบหายนะคะ) และ หน้ากาก N 95 ห้ามใส่เด็ดขาด ไม่ว่า fit ระดับโลกขนาดไหน

ส่วนelevation training mask ถ้าพี่ใส่อยู่เดิม จะใส่ต่อก็กันกระจายได้ค่ะ เอาความหนักเดิมที่พี่เคยใช้อยู่ แต่ถ้าไม่เคยใช้ อย่าเพิ่งเอามาใช้โต้งๆนะจ๊ะ

ที่เหลือลองมาพิจารณามาดูกัน

1. ชนิดหน้ากาก ตอนมีหลายแบบ ยิ่งช่วงหลังหน้ากากผ้าผลิตมามากมาย บางชนิดเน้นกันน้ำมากๆ ทอละเอียดสุดๆ ทำให้การหายใจยากขึ้น แมสก์แบบนี้ ไม่เหมาะอย่างยิ่งจะมาใส่ออกกำลังกาย เพราะตอนหายใจแรงๆ แมสก์จะหลุบเข้า

คุณจะทนไม่ไหว เพราะต้องใช้แรงเยอะกว่าปกติมากในการหายใจ แล้วสุดท้ายเราก็ถอดออกนั่นเอง

หน้ากากแบบผ้าแบบอื่นที่ใส่ อาจจะเป็นหน้ากาก 3D mask ทรงแหลมๆ หน้ากากแบบนี้ ตอนหายใจจะไม่หลุบเข้าไปมากนัก เพราะมันมีทรง อาจจะช่วยให้ไม่เหนื่อยตอนหายใจ แต่สิ่งที่ต้องระวังต่อมาคือ carbondioxide คั่ง

ปกติเราหายใจธรรมดา ไม่ได้ออกกำลังกาย ก็จะมีการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดเวลา อยู่แล้ว ในระดับปกติของเมตาบอลิสมของร่างาย แล้วก็ขับออกมาทางการหายใจ เคยมีคนทดลองแล้ว ว่าถ้าใส่ surgical mask นั่งเฉยๆ 30 นาที แล้วเจาะ ABG ไม่พบว่าคาร์บอนไดออกไซด์คั่งนะคะ

แต่ถ้าวิ่งแล้วนี่สิ บอกไม่ได้เลย หางานวิจัยยังไม่ได้ แต่วิ่งแล้วคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างมากขึ้นแน่นอน ถ้า คาร์บอนไดออกไซด์ที่สร้างเพิ่ม อยู่ในหน้ากาก แล้วระบายไม่ออก ก็จะเกิดการเอา คาร์บอนไดออกไซด์ สูดกลับเข้าไปใหม่ (rebreathing) ส่งผลให้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ ที่เกิดขึ้นในร่างกาย ไม่ถูกกำจัดแบบในภาวะปกติได้ (คาร์บอนไดออกไซด์ retention)

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เลือดจะเป็นกรดมากขึ้น หัวใจจะทำงานหนักมากขึ้น เหนื่อยขึ้น ในระดับความหนักเดิมเมื่อเทียบกับไม่ใส่หน้ากาก

่เช่นปกติ วิ่งเพซ 7, zone2 ตอนนี้ ถ้าเพซ 7 ก็อาจจะ zone 3 เป็นต้น

การที่หัวใจจะขึ้นมากน้อยเท่าไหร่ ขึ้นกับทุนเดิมของร่างกาย ความหนักของการออกกำลังกาย อากาศในวันนั้นๆ

แต่สิ่งที่ต้องสังวรณ์คือ หัวใจเต้นเร็วขึ้น แปลว่าทำงานหนักเพิ่มแน่นอน

3. การขับความร้อนจากร่างกายก็เสียไปจากการใส่หน้ากาก เพราะร่างกายระบายความร้อนได้ยากขึ้นอีก หัวใจก็เต้นเร็วขึ้นอีก

4. หน้ากากเปียก เพราะเหงือที่ออกมา ถ้าหน้ากากเปียกก็จะทำให้เราหายใจผ่านผ้าเปียกๆ ซึ่งก็ยากขึ้นอีก (ไม่เชื่อไปลองดูได้เลย) ทำให้แรงที่ต้องใช้ในการหายใจมากขึ้นอีก ดังนั้น เราจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นได้อีก

*** นี่พูดถึงเฉพาะ easy run หรือ Z2 เท่านั้น ไม่ต้องพูดถึง tempo or interval ซึ่งไม่มีทางใส่หน้ากากวิ่งได้แน่นอน

5. ฟังเสียงร่างกายตัวเอง ปกติ ร่างกายเราจะบอกเราเอง ว่ามันไหวมั้ย ถ้าเราตั้งใจฟังเสียงร่างกายมากพอ แต่!!! ถ้าเราเป็นกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจ จะวิ่งให้จบ ไม่หยุด ก็จะเกิดภาวะหูดับ ไม่ได้ยินเสียงร่างกายตัวเอง หรือบางคนอาจจะเป็นกลุ่ม sense ไม่ดีมากนัก จะไม่ค่อยรู้สึกอะไร

ถ้าเราได้ยินเสียงร่างกายเรา มันก็จะบอกให้เราหยุดวิ่ง แล้วเอาหน้ากากออก เพื่อหายใจยาวๆ ลึกๆ จิบน้ำ อะไรพวกนั้น หรือไม่เราก็จะหงุดหงิด เอาหน้ากากออกแม่มเลย 555 ซึ่งก็คงผิดวัตถุประสงค์สวน แต่ตอนนั้น ถ้าเอาอารมณ์นักกีฬามาพูด ก็จะประมาณว่า ช่างแม่งวะ ไม่ใส่แล้ว ร้อน เหนื่อย วิ่งไม่ออกเป็นต้น

อาการอื่นที่บอกเรา เช่น มึนหัว เหนื่อยเยอะ คลื่นไส้ ปวดท้อง (ทีีไม่ใช่ side stitch) ตาลาย มีแบบนี้มา หยุดพัก ถอดแมสก์ทันที

ดังนั้น จึงไม่มีคำตอบว่า ใส่ mask วิ่ง ได้หรือไม่ได้ ถามว่าแนะนำมั้ย ตอบว่า ไม่แนะนำให้ใส่วิ่งนะคะ แต่ไม่แนะนำอะไร ยังไงก็จะมีคนอยากทำอยู๋ดีเนอะ ดังนั้นถ้าคิดจะทำ มาดูตามนี้

สรุป

1. ชนิดผ้าของหน้ากากเรา

2.ทรงของหน้ากากของเรา

3. ที่เราสร้างขึ้นมา อุณหภูมิวันนั้น ถ้าเยอะ ก็แย่เร็ว

4. ความหนักของการออกกำลังกาย (ต้อง easy เท่านั้นจริงๆ อย่าเปรี้ยวเด็ดขาด)

5. ความรับรู้ในการฟังเสียงร่างกายตัวเอง (อันนี้แหละ ที่หมอกังวลมาก เพราะหลายคนไม่รู้ตัวจิงๆ)

6. การถอดหน้ากาก ในที่สวนสาธารณะ อาจจะอันตรายกับคนอื่น นะคะ ไม่แนะนำ!

Visitors: 222,492