วัคซีนป้องกันโควิด ความหวังเรืองรอง

วัคซีนป้องกันโควิด ความหวังเรืองรอง

การต่อสู้ป้องกันไวรัสโควิด-19 นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ วัคซีน ถ้าคิดค้นวัคซีนสำเร็จ ผ่านกระบวนการทดลองใช้ จนผลิตออกมาได้เป็นจำนวนมากแล้ว จึงจะทำให้สถานการณ์ทั่วโลกเริ่มกลับคืนสู่ปกติ คนที่ได้ฉีดวัคซีนแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสนี้อีกต่อไป อุ่นใจ วางใจ ที่จะดำเนินชีวิตตามปกติ ไปทำงาน ไปซื้อข้าวของ หรือเดินทางท่องเที่ยวได้ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้วก็จะกล้าเดินทางมาไทย เราก็กล้าที่จะรับเขาเข้าประเทศ การพยายามให้คนอยู่บ้านหรือปิดเมือง ปิดประเทศตอนนี้ เป็นเพียงการดึงเวลาให้การระบาดไม่เร็วเกินไป คนไข้จะได้ไม่ล้นโรงพยาบาล และรอเวลาให้วัคซีนสำเร็จ

วัคซีนคืออะไร

วัคซีน คือ การใช้ส่วนประกอบของไวรัสหรือจุลินทรีย์(แอนติเจน) ซึ่งมีกลไกกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ฉีดเข้าในร่างกายมนุษย์ บางคนกลัวว่าถ้าตนร่างกายอ่อนแอ ฉีดวัคซีนจะทำให้ติดโรคหรือเปล่า ตอบว่า ไม่ต้องกลัว เพราะวัคซีนทำจากเชื้อที่ตายแล้วหรืออ่อนแรงจนไม่สามารถทำให้เกิดโรคได้แล้ว หรือใช้แค่ส่วนประกอบของเชื้อโรคเท่านั้น จึงไม่ทำให้เกิดโรคแต่อย่างใด ซึ่งก่อนจะผลิตออกมาใช้ จะต้องมีการทดสอบการใช้วัคซีนทั้งในสัตว์และในคนจริง ๆ หลายขั้นตอนมาก จนมั่นใจว่าได้ผล ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง จึงจะผลิตออกมาใช้จำนวนมากได้ ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำให้ไม่กลัวเชื้อโรคนั้นอีก

ความคืบหน้าวัคซีนป้องกันโควิด

1. ในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศว่า จะสามารถดำเนินการทดลองใช้วัคซีนไวรัสโควิดได้ในเดือนกันยายนปีนี้ และจะสามารถผลิตออกมาใช้งานจริงได้ในต้นปีหน้า โดยผลิตได้สำหรับปีละ 1,000 ล้านคน โดยได้รับเงินอุดหนุนจากทางรัฐ ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ หลังประกาศ หุ้นของบริษัทขึ้น 8%

นอกจากนี้ บริษัทสตาร์ทอัพ ชื่อ Moderna ก็กำลังคิดค้นผลิตวัคซีนเช่นกัน โดยเมื่อทางการจีนได้ถอดรหัสพันธุกรรม(DNA) ของไวรัสโควิดนี้ และเปิดเผยสู่สาธารณะเมื่อ 11 มกราคม 2563 ทางบริษัท Moderna ก็ใช้เวลาเพียง 42 วัน สร้างวัคซีนต้นแบบขึ้น โดยศึกษารหัสพันธุกรรมนี้ และสังเคราะห์วัคซีนจากสารประกอบทางเคมี เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

4 มีนาคม 2563 องค์การอาหารและยา(FDA) ของทางการสหรัฐอเมริกา ตรวจสอบวัคซีนต้นแบบนี้เสร็จและอนุญาตให้นำไปทดลองใช้ในกลุ่มทดลองได้

16 มีนาคม 2563 วัคซีนต้นแบบเข็มแรกได้ถูกฉีดเข้าในคนกลุ่มทดลองคนแรก โดยจะใช้กลุ่มทดลองทั้งหมด 45 คน อายุตั้งแต่ 18-55 ปี ดูผลเป็นเวลา 6 สัปดาห์ จากนั้น เมื่อปรับปรุงแล้วก็จะนำไปทดลองใช้ในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้น และปรับปรุงอีกเป็นลำดับ คาดว่าจะเสร็จผลิตออกใช้ได้ต้นปีหน้าเช่นกัน

แต่เดิมการผลิตวัคซีน จะใช้วิธีเพาะเชื้อในไข่ไก่ เซลล์ของกระต่ายหรือลิง ใช้เวลาในกระบวนการผลิตราว 1-1.5 ปี แต่ทางบริษัท Moderna ใช้วิธีการใหม่ ที่เรียกว่า mRNA โดยสังเคราะห์วัคซีนจากการศึกษารหัสพันธุกรรมของไวรัสโดยตรง ทำให้ลดเวลาในการผลิตเหลือแค่ราว 1 เดือน ถ้าสำเร็จถือเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าการผลิตวัคซีนไปโดยสิ้นเชิง

2. ในประเทศญี่ปุ่น

บริษัทอันเจส ของญี่ปุ่น ก็ใช้วิธีการสังเคราะห์วัคซีนใหม่อีกแบบ ที่เรียกว่า DNA วัคซีน โดยใช้เวลาเพียง 20 วัน ผลิตวัคซีนต้นแบบจากการศึกษารหัสพันธุกรรมของไวรัส กำลังทดลองใช้ในสัตว์และจะเริ่มทดลองใช้ในคนต่อไป คาดว่าจะผลิตออกใช้ทั่วไปได้ต้นปีหน้า

ในเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส อิสราเอล รัสเซีย ก็กำลังมีการวิจัยวัคซีนโควิดกันอย่างเข้มข้น

3. ประเทศจีน

สถาบันวิจัยทางการแพทย์จีน ได้ผลิตวัคซีนต้นแบบขึ้น และทดลองฉีดวัคซีนเข็มแรกในคนกลุ่มทดลอง เมื่อ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ห่างจากอเมริกาเพียง 1 วัน และกำลังทุ่มเทการศึกษาพัฒนาอย่างเข้มข้น คาดว่าจะผลิตวัคซีนออกใช้ทั่วไปได้สำเร็จต้นปีหน้าเช่นกัน

สรุป

ขณะนี้ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ต่างคาดการณ์ว่าจะผลิตวัคซีนสำเร็จในต้นปีหน้า แต่ในเดือนเมษายน 2563 นี้ คาดว่าผู้ติดเชื้อในสหรัฐอเมริกา จะมีราว 3-5 ล้านคน มีคนตายเกิน 1 แสนคน การระบาดจะเกิดขึ้นทั่วทุกทวีป ทุกมุมโลก สถานการณ์จะเร่งรัดให้การผลิตวัคซีนป้องกันไวรัสโควิดเกิดเร็วขึ้นไปอีก คาดว่าในเดือนกันยายนนี้หรือเร็วกว่านั้น วัคซีนโควิดน่าจะออกมาใช้งานได้ รอดูว่าจีนจะสร้างปาฏิหาริย์ได้หรือไม่

บริษัทใดของประเทศไหนทำวัคซีนสำเร็จได้ก่อน จะเป็นเหมือนอัศวินขี่ม้าขาว ช่วยชีวิตชาวโลกนับล้านๆ คน ชื่อเสียงเกียรติภูมิ ผลตอบแทนจะกลับมาอย่างมหาศาล

 

 

Visitors: 294,738