น่าห่วงมาก! คนไทยหยุดหายใจขณะหลับ สูง 7.7 ล้านคน พบแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน
|
น่าห่วงมาก! คนไทยหยุดหายใจขณะหลับ สูง 7.7 ล้านคน พบแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน
น่าห่วง! สภาพัฒน์ เผย คนไทยเสี่ยงหยุดหายใจขณะหลับสูงถึง 7.7 ล้านคน แต่เข้าถึงแพทย์เพียง 1.4 ล้านคน ที่เหลือกว่า 6 ล้านคนยังไม่รู้ตัว เสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และอุบัติเหตุจากการหลับใน แม้การนอนหลับจะเป็นการพักผ่อนที่ธรรมดาที่สุด แต่สำหรับคนไทยหลายล้านคน ยามค่ำคืนกลับเต็มไปด้วยภัยเงียบที่คอยคุกคามชีวิต ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น (OSA) เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังอย่างความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ แม้ในทางแพทย์จะไม่มีการลงสาเหตุการเสียชีวิตโดยตรงว่า "ตายเพราะหยุดหายใจขณะหลับ" แต่ภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน และโรคคอมพลิเคชันรุนแรงที่ตามมา เป็นสาเหตุแฝงที่พรากชีวิตคนไทยและคนทั่วโลกไปปีละหลายหมื่นคน จากเหตุหัวใจวายเฉียบพลันหรือเส้นเลือดในสมองแตกขณะหลับ รวมถึงอุบัติเหตุหลับในบนท้องถนน ล่าสุด สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ได้เปิดเผยรายงานความเคลื่อนไหวทางสังคมรายไตรมาส ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 สะท้อนสถานการณ์น่ากังวลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น (OSA) สูงถึง 7.7 ล้านคน แต่กลับมีเพียง 1.4 ล้านคนเท่านั้นที่ตระหนักถึงปัญหาและเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ เท่ากับว่ามีคนไทยมากกว่า 6 ล้านคน หรือเกินกว่าร้อยละ 80 ที่ยังตกสำรวจ ไม่ได้รับการวินิจฉัย และปล่อยให้ร่างกายเผชิญความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว โดยรายงานระบุอาการเตือนสำคัญที่พบบ่อย คือ นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ หายใจสะดุดขณะหลับ ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น ปวดศีรษะ ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน และสมาธิลดลง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่อย่างรุนแรง นอกจากประเด็นเรื่องการนอนหลับ สภาพัฒน์ยังฉายภาพรวมสถานการณ์สุขภาพ คนไทยในไตรมาส 2/2569 ว่า ภาพรวมผู้ป่วยโรคเฝ้าระวังรวมลดลงร้อยละ 45.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 (ลดจาก 258,105 ราย เหลือ 139,869 ราย) โดยกลุ่มที่พบมากที่สุดยังคงเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอดอักเสบ (77,596 ราย) และไข้หวัดใหญ่ (43,448 ราย) ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นสุขภาพสำคัญที่น่าจับตา ได้แก่ โรคไขมันพอกตับที่สัมพันธ์กับภาวะเมตาบอลิซึม (MASD) ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยทั่วโลกสูงถึง 1.8 พันล้านคน โดยผลวิจัยพบว่า MASD เป็นสาเหตุอันดับ 4 ของโรคตับเรื้อรังในไทย และมีอัตราเสียชีวิตจากตับแข็งสูงที่สุด ปิดท้ายด้วย ภาวะน้ำหนักเกินในเด็ก จากการสำรวจเด็กไทยอายุ 6-14 ปี พบภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนสูงถึงร้อยละ 27.4 โดยเฉพาะในเขตเมืองหลวง เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคหวาน มัน เค็ม และมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ซึ่งเสี่ยงนำไปสู่กลุ่มโรค NCDs ในวัยผู้ใหญ่ต่อไป
ที่มา : https://www.springnews.co.th/health/health/864868
|
