การบาดเจ็บจากการวิ่ง เรื่องที่นักวิ่งทุกคนไม่ควรมองข้าม !!!!

การบาดเจ็บจากการวิ่ง เรื่องที่นักวิ่งทุกคนไม่ควรมองข้าม !!!!
 
ณ ปัจจุบัน การวิ่งในระยะต่างๆเป็นที่นิยมมากในทุกเพศ ทุกวัยซึ่งเห็นได้ตาม งานวิ่งเเละสื่อ social media ต่างๆ
 
ซึ่งการวิ่งก็มีประโยชน์ หลายอย่างต่อสุขภาพโดยรวม เเต่อย่างไรก็ดีการวิ่งที่ หนักเกินไปหรือ ไม่ได้เตรียมร่างกายมาก็สามารถทำให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ !!!!
 
ยกตัวอย่าง 4 โรคที่เกิดการบาดเจ็บได้ง่ายในนักวิ่ง
 
1. เอ็นกล้ามเนื้อต้นขาด้านข้างอักเสบ(iliotibial band syndrome)
 
ผู้ป่วยมีโรคกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอกอักเสบ จะมีการเจ็บบริเวณเหนือเข่าด้านนอก บางคนถ้ามีการอักเสบมากก็อาจจะมีอาการบวมเล็กน้อย โรคนี้สัมพันธ์กลับ กีฬา วิ่งทางไกล ปั่นจักรยาน การยกนำ้หนัก เเละการยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เเละกล้ามเนื้อก้นก่อน การออกกำลังจะช่วยลดอาการบาดเจ็บได้
 
2. อาการปวดหน้าแข้ง (shin splints)
 
คืออาการเจ็บหน้าแข้งจากการวิ่ง อาการเจ็บจะเกิดที่สันหน้าแข้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหน้าแข้งด้านใน ส่วนใหญ่จะพบบริเวณตอนล่างของกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งบริเวณนี้เป็นจุดเกาะของกล้ามเนื้อต่างๆ อาการนี้มักเกิดในกลุ่ม นักวิ่งระยะเริ่มต้น
 
3.เอ็นร้อยหวายอักเสบ (Achilles tendinitis)
 
เนื่องจากเอ็นร้อยหวายเป็นเอ็นที่เป็นจุดเกาะของกระดูกเท้าเเละกล้ามเนื้อน่อง ทำให้เวลาวิ่งที่ต้องมีการ ดีดตัวของข้อเท้าเเละกล้ามน่องเกิดการหดตัวจึงทำให้ เอ็นบริเวณนี้บาดเจ็บได้ ซึ่ง เอ็นร้อยหวาย อีกเสบผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการปวด บริเวณเอ็นร้อยหวาย ยืดเหยียดไม่สุดถ้ามีอาการมาก อาจจะลงน้ำหนักไม่ไหวการยืด เอ็นร้อยหวายก่อนการวิ่งจะช่วยให้ลดอาการบาดเจ็บได้
 
4. รองช้ำ (plantar fasciitis)
 
รองช้ำหรือการอักเสบของเอ็นรองใต้ฝ่าเท้าซึ่งการวิ่งเเต่ละครั้งจะมีเเรงกระเเทกไปที่เท้าซึ่งจะทำให้เกิด การอักเสบของเอ็นรองใต้ฝ่าเท้าได้ โดยที่ผู้ป่วยจะมีอาการ ปวดฝ่าเท้า หรือส้นเท้าด้านล่าง อาการมักจะแย่ลงหลังจากหยุดพักไปแล้ว เช่น ตอนเช้าเวลาลงเหยียบพื้นหลังจากตื่นนอนจะรู้สึกปวดมาก
 
ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างคร่าวๆของการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการวิ่งนะครับ
 
ซึ่งโรคทั้งหมดที่กล่าวไปจะมีการดูเเลรักษาเบื้องต้น โดยใช้หลัก ‘’RICE’’
 
R ตัวเเรก คือ Rest หรือพัก ถ้ามีอาการปวด หรืออักเสบหลังการวิ่ง อย่างเเรกที่ควรทำคือ พักนะครับ หยุดวิ่งพักการใช้งานให้มากที่สุด อย่างน้อยก็ซักประมาณ 2 วันหลังการบาดเจ็บนะครับ
 
I คือ ICE หรือ ประคบเย็น ใช้นำ้เเข็งประคบให้ความเย็นจุดที่บาดเจ็บจะช่วยลดการอักเสบได้ เเต่ควรทำในช่วง2 วันเเรกของการบาดเจ็บนะครับ ถ้าเลย2 วันไปอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นประคบร้อนเเทน
 
C คือ compress หรือ การพันผ้าหรือยางในจุดที่บวมให้พอดี ไม่ตึงหรือหลวมจนเกินไปเพื่อช่วยลดการบวมนะครับ
 
E หรือ elevate หรือ การยกจุดที่เกิดการบาดเจ็บให้สูงเหนือหัวใจเพื่อให้เลือดไหลเวียนกลับซึ่งจะช่วยลดบวมได้
 
นอกจากนี้ ก็อาจจะมีการกินยาเเก้ปวดลดการอักเสบร่วมด้วยเพื่อบรรเทาอาการปวดซึ่งถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ก็เเนะนำไปพบเเพทย์ตรวจเพิ่มเติมนะครับ
 
เเละการออกกำลังกายก็ควรมีการยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายนะครับ ซึ่งจะสามารถลดการบาดเจ็บทั้งหมดที่กล่าวไปได้
 
ก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์เเก่ผู้ที่สนใจการออกกำลังกายทุกท่านนะครับ
 
Visitors: 876,581