โตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังติดผ้าเน่า!

โตเป็นผู้ใหญ่ แต่ยังติดผ้าเน่า!

เชื่อว่าเด็ก ๆ หลายคนมักมีเพื่อนคู่ใจเป็นตุ๊กตาที่คอยถือพาไปไหนมาไหน บางคนมีผ้าห่มผืนเก่านิ่ม ๆ ที่ต้องห่มก่อนนอนทุกคืน ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กทั่วไป แต่บางคน เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ทิ้งตุ๊กตาเหล่านี้

 

ทำไมตอนเด็ก ๆ เราถึงติดหมอนเน่า?

การติดหมอนเน่าหรือตุ๊กตาในวัยเด็กถือเป็นเรื่องธรรมชาติ เนื่องจากตอนอยู่ในท้อง ร่างกายของเด็กสัมผัสคุดคู้อยู่กับแม่ตลอดเวลา จึงเข้าใจว่าคือคนคนเดียวกัน จนอายุ 6 เดือน เด็กจะเริ่มแยกออกว่าตัวเองกับแม่คือคนละคน เริ่มเรียนรู้ว่าแม่ต้องเดินไปนั่นมานี่ แต่ลึก ๆ ก็มีความไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา

เด็กจึงยึดฉวยสิ่งของเล็ก ๆ ไว้กับมือ เพื่อเป็นความอุ่นใจว่าเป็นสิ่งเชื่อมโยงตัวเองและผู้เป็นแม่ การที่เด็กติดสิ่งของเหล่านี้ เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเด็กมีความผูกพันต่อพ่อแม่ค่อนข้างสูง

เมื่อถึงวัย 2-3 ปี เด็กเริ่มห่างจากผ้าเน่าเหล่านี้ เพราะมีความมั่นคงทางใจมากขึ้น และจะเลิกไปเองเมื่ออายุ 5-6 ปี เพราะเริ่มมีความสนใจในสิ่งอื่น หรือถ้าหากยังมีอาการติดอยู่ก็จะกลายเป็นการติดของเล่นอย่างอื่นที่เปลี่ยนไปตามวัย แต่เด็กคนไหนที่ยังมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ก็ถือเป็นธรรมชาติ เพียงแต่ยังไม่สามารถสร้างความปลอดภัยทางใจให้กับตัวเองด้วยวิธีอื่นได้

 

ทำไมผู้ใหญ่บางคนถึงติดหมอนเน่า?

เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ เราจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่าการที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจมีหลายวิธี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ผ่านการทดลองถูกผิดมาด้วยตัวเอง

เช่น บางคนมีคลังคำเพื่อปลอบโยนตัวเองด้วยน้ำเสียงเย็นๆ เวลารู้สึกเครียด บางคนขอหลีกหนีไปอยู่คนเดียวเพื่อทำสมาธิ บางคนอยากแช่น้ำอุ่น ดื่มอะไรอุ่น ๆ เพื่อให้รู้สึกสงบ หรือบางคนโทรหาเพื่อนสนิทหรือพ่อแม่ เพราะมั่นใจว่า เมื่อได้ยินเสียงนั้นจะรู้สึกมั่นคง โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องถือ ‘น้องเน่า’ ติดตัวไปมาตลอดเวลา

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การติดหมอนเน่านั้นจะเป็นความผิดปกติ เพราะเป็นพฤติกรรมการแสวงหาความมั่นคงทางใจของมนุษย์ แค่เขาอาจไม่เคยสร้างทางเลือก และทดลองวิธีใหม่ๆ แง่ดีคือ เมื่อไม่สบายใจ เขาจะรู้ทันทีเลยว่าความมั่นคงทางใจของตัวเองอยู่ตรงไหน

ในกรณีที่น้องเน่าหรือตุ๊กตาเก่าตัวนั้นยังอยู่ในห้องนอน ในรถหรือพื้นที่ส่วนตัว เพราะอีกแง่ การที่พกผ้าเน่าผืนนั้นติดตัวไปไหนมาไหนตลอดเวลา แม้แต่พื้นที่สาธารณะ อาจสร้างความไม่น่าเชื่อถือ มีผลกระทบต่อบุคลิกภาพ เพราะมีความสัมพันธ์กับหน้าที่การงานและมิติอื่น ๆ ของชีวิต

 

ผ้าเน่า หมอนเน่า เป็นเหมือนคลังเก็บความทรงจำของเรา

หลายคนอาจจะไม่ได้มีพฤติกรรมที่ติดผ้าเน่า หมอนเน่า หรือติดตุ๊กตามาตั้งแต่เด็ก ๆ อาจจะเพิ่งมาติดตอนที่โตพอจะรู้เรื่องประมาณนึงแล้ว สาเหตุที่เราเพิ่งจะมาติดเอาตอนโต อาจเกิดจากสิ่งของชิ้นนั้นที่ได้รับมามีคุณค่าทางจิตใจมาก ได้รับมาในโอกาสพิเศษ หรือได้รับมาแล้วเกิดความทรงจำที่ดี

เช่น ตุ๊กตาตัวโปรดที่ได้รับเป็นของขวัญจากคุณพ่อคุณแม่ในวันเกิด เป็นต้น เมื่อเราได้นอนกอดหรือสัมผัสก็เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังช่วงเวลานั้น ๆ อีกครั้งนึงนั่นเอง ไม่ว่าเราจะหาตัวไหนมาทดแทนก็กอดไม่อุ่นเท่ากับตัวที่คุณพ่อคุณแม่ยื่นให้เรากับมือแน่นอน

คนที่ติดหมอนเน่าอาจต้องเรียนรู้และยอมรับว่า สิ่งของที่ตัวเองยึดถือนั้นมีโอกาสเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา หรือสูญหาย ซึ่งทำให้รู้สึกพลัดพรากอยู่ดี เพราะฉะนั้น การหาวิธีสำรองที่ไม่ยึดติดอยู่กับวัตถุ อาจทำได้ง่ายกว่าเพียงแค่ต้องเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทดลองและสร้างวิธีใหม่ ๆ โดยวิธีแต่ละคนอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่จำเป็นที่จะต้องหาให้เจอด้วยตัวเอง

 

แหล่งที่มา / แหล่งอ้างอิง

https://thestandard.co/podcast/ruok35/
https://thematter.co/uncategorized/transition_object_as_lesson_of_life/67430
https://www.punpro.com/p/why-we-love-transitional-object-2022

 

ที่มา : wasabi
https://www.blockdit.com/posts/62a7813fbbdd58dff8afb925

 

Visitors: 731,096