สีของปัสสาวะ


12 สีรุ้งของปัสสาวะ
 
ปัสสาวะของคนเรานั้นมีหลายสีและแต่ละสีก็แสดงสภาวะของร่างกายแตกต่างกันไป โห....ไม่เคยทราบมาก่อนเลยนะคะว่าเราสามารถดูสุขภาพของเราได้จากสีของปัสสาวะซึ่งสามารถแยกได้ถึง 12 สีค่ะ
 
 
ก็เราเห็นปัสสาวะของเราทุกวัน แต่เราแทบจะไม่เคยสังเกตเลย จนกว่ามันจะผิดปกติอย่างมากๆ แต่จริงๆคุณป้าหมอบอกว่าแล้วเราควรต้องสังเกตปัสสาวะของเราทุกวันเพราะนอกจากสีแล้ว ความใส ความขุ่น ความเป็นฟองหรือการมีกลิ่นก็เป็นสิ่งที่บ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายเราได้ค่ะ
 
แล้วสีปัสสาวะที่ปกติเป็นอย่างไร?
สีปัสสาวะที่ปกติจะมีสีเหลืองอ่อนใส ไม่ขุ่น ไม่มีฟอง ไม่มีกลิ่น ยิ่งดื่มน้ำมากเท่าไร สีของปัสสาวะก็จะยิ่งใสมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากสังเกตเห็นปัสสาวะเปลี่ยนไป ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย การค้นพบโรคร้ายแรงบางชนิดตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นค่ะ แต่อย่าเพิ่งตระหนกไปค่ะเพราะบางครั้งอาหารและยาก็ทำให้เกิดสีในปัสสาวะได้ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าปัสสาวะทั้ง 12 สีที่แอดมินเมี่ยงเกริ่นไว้ตอนต้นมีสีอะไรบ้าง แถมบางสีเป็นไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้เลยค่ะ :)
 
1. ใส ไม่มีสี
แสดงว่าเราดื่มน้ำปริมาณมากกว่าปริมาณที่ควรจะเป็นในแต่ละวัน ทำให้ระดับเกลือแร่ในร่างกายต่ำเกินไป ซึ่งถ้าต่ำมากๆ อาจช็อคจนทำให้เสียชีวิตได้ ถ้าปัสสาวะของเราใสเป็นบางครั้งบางคราวถือว่าเป็นเรื่องปกตินะคะ แต่หากว่าปัสสาวะของเราใสทุกวันก็ควรลดปริมาณการดื่มน้ำลงบ้าง นอกจากนี้ปัสสาวะใสยังบอกถึงโรคบางอย่างได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต หรือ การกินยาขับปัสสาวะ เป็นต้นค่ะ
 
2. สีขาวขุ่น
พบได้ในคนที่ดื่มนมเป็นปริมาณมากค่ะ จนมีการเกิดผลึกของฟอสเฟตในปัสสาวะ หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกรวยไตอักเสบ โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ รวมถึงอาจเกิดจากการมีน้ำเหลืองปนอยู่ในปัสสาวะหรือมีโปรตีนมากเกินไปร่างกาย หากปัสสาวะสีขาวขุ่นอย่างชัดเจน อาจเกิดจากการมีหนองปนออกมาด้วยค่ะซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดในผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะทิ้งไว้เป็นเวลานาน หรือมีน้ำเหลืองในปัสสาวะค่ะ
 
3. สีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีเหลืองทอง
เย้.....นั้นหมายถึงระดับน้ำในร่างกายของเราอยู่ในระดับปกติค่ะซึ่งสีอาจจะเหลืองอ่อนหรือเหลืองเข้มขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำที่เราดื่ม ยิ่งถ้าเราดื่มน้ำเยอะสีก็จะอ่อนใสค่ะ เราจึงควรสังเกตสีของปัสสาวะทุกครั้งจะได้ปรับปริมาณน้ำที่ดื่มให้พอดีเหมาะสมกับร่างกายของเราค่ะ
 
4. สีเหลืองเข้ม
เป็นสีปัสสาวะที่ปกติ แต่ควรเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มให้มากขึ้น โดยเฉพาะในฤดูร้อนหรือหลังการออกกำลังกายมาค่ะ
 
5. สีเหลืองสด
ถ้าเรากินวิตามินหรืออาหารเสริม ปัสสาวะของเราอาจเป็นสีเหลืองสดหรือสีนีออนได้ค่ะ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะไม่เป็นอันตรายใด ๆ แค่ร่างกายกำลังจะบอกว่าเราทานวิตามินและอาหารเสริมมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เสียก่อนที่จะเริ่มกินวิตามินหรืออาหารเสริมใด ๆ นะคะ เพราะการทานวิตามินมากๆ นอกจากเสียเงินแล้ว ก็อาจไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายแบบที่เราคิดก็ได้ค่ะ
 
6. สีส้ม
ถ้าปัสสาวะของเรามีสีส้ม นั่นหมายถึงร่างกายขาดน้ำหรืออาจหมายถึงมีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดีหรือตับ รวมถึงอาจเกิดจากการกินแครอท การกินวิตามินบี 2 ในปริมาณมากเกิน ยาบางชนิดก็สามารถทำให้ปัสสาวะเป็นสีส้มได้ เช่น ยาซัลฟาซาลาซีนยาฟีนาโซไพริดีน ยาไอโซไนอาซิดหรือยาระบายบางชนิด
 
7. สีส้มเข้มหรือสีน้ำตาล
สีอย่างนี้อย่าให้เกิดเลยเพราะอันตรายแล้วค่ะ สาเหตุเกิดจากการขาดน้ำอย่างรุนแรง เป็นดีซ่าน มีภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis) หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเมโทรนิดาโซล ที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียหรือยาควีนินซึ่งใช้ป้องกันโรคมาลาเรียค่ะ
 
8. สีน้ำตาลเข้มหรือดำ
จริงๆ ปัสสาวะสีนี้จะเกิดจากสาเหตุใกล้เคียงกับสีส้มเข้มหรือสีน้ำตาลแต่จะรุนแรงกว่า ถ้าเกิดจากการกินถั่วบางชนิดในปริมาณมาก ผักรูบาร์บ หรือว่านหางจระเข้ก็แล้วไป แต่บางครั้งมันก็แสดงถึงโรคได้ค่ะ เช่น โรคตับอักเสบที่มีระดับบิลิรูบิน (Bilirubin) สูงและ โรคมะเร็งผิวหนัง หรือ อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาควีนินซึ่งใช้ป้องกันโรคมาลาเรียหรือยาปฏิชีวนะเมโทรนิดาโซล หรือแม้กระทั่งเกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อที่ได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาเสพติด หากพบว่ามีปัสสาวะสีน้ำตาลเข้มหรือดำควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจร่างกายโดยด่วนค่ะ
 
9. สีชมพูและสีแดง
เตรียมตัวพบแพทย์ได้เลยค่ะ สำหรับปัสสาวะสีชมพูไปจนถึงสีแดง เกิดจากการมีเลือดเจือปนอยู่ในปัสสาวะหรือเป็นสัญญาณของโรคไต โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โรคนิ่วในไต เนื้องอกหรือมะเร็งที่ไต,กระเพาะปัสสาวะหรือต่อมลูกหมาก แต่ถ้าเกิดจากการกินอาหารบางชนิด เช่น บลูเบอร์รี่ รูบาร์บ บีทรูท กระเจี๊ยบแดง หรือหลังการออกกำลังกายอย่างหนักทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ก็ไม่เป็นอันตรายใด ๆ ค่ะ
 
ปัสสาวะสีชมพูไปจนถึงสีแดงจะพบได้บ่อยในผู้สูงอายุทั้งหญิงและชาย แต่สำหรับคนที่สูบบุหรี่จัดอายุน้อยก็เป็นได้ค่ะ บ่อยครั้งที่คนที่ปัสสาวะมีเลือดปนเนื่องจากมีเนื้องอกหรือมะเร็งมักไม่มีอาการหรือความเจ็บปวดใดๆ เลยนะคะ น่ากลัวมาก อย่านิ่งนอนใจ หากเป็นติดต่อกันหลายวันควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุโดยด่วนค่ะ
 
10. สีเขียว
สำหรับบางคน ถ้าทานผักแอสพารากัสหรือที่เราเรียกกันติดปากว่า หน่อไม้ฝรั่ง อาจทำให้มีปัสสาวะสีเขียวและมีกลิ่นได้ค่ะ รวมทั้งการทานยาบางชนิดและสีผสมอาหารสีเขียว หรือเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะก็ได้ค่ะ
 
11. สีฟ้า
สีฟ้าเป็นสีที่สวยนะคะ แต่หากปัสสาวะของเราเป็นสีฟ้าย่อมไม่ดีแน่นอนค่ะ เพราะอาจเกิดจากโรคทางพันธุกรรมเมตาบอลิกที่หายากทำให้เกิดภาวะแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติ (Familial Hypercalcemia หรือ Blue Diaper Syndrome) หรือเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่ส่วนมากแล้วมักเกิดจากยาหรือสีผสมอาหารสีน้ำเงิน เช่น ยาแก้ปวดอินโดเมทาซิน ยารักษาอาการซึมเศร้าอะมิทริปไทลีนและยายับยั้งการหลั่งกรดไซเมทิดีนและยาระงับความรู้สึกโปรโพฟอล รวมทั้งเกิดจากการรับประทานยาที่ช่วยลดการระคายเคืองจากการติดเชื้อหรือการรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
 
12. สีม่วง
ปัสสาวะสีม่วงพบไม่บ่อยค่ะ แต่มีชื่อเรียกเฉพาะว่าอาการปัสสาวะในถุงเป็นสีม่วง (Purple Urine Bag Syndrome) เพราะมักเป็นกับผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะนานจนมีติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะซึ่งสีม่วงจะเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างแบคทีเรียกับถุงระบายน้ำปัสสาวะที่เป็นพลาสติกค่ะ
 
 
ที่มา : directBroker https://www.blockdit.com/articles/601115b4f3d59a0cd6d11a9c/#
 
 
 
 
 
 
Visitors: 876,869