ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ ดีต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่สุด

ปล่อยให้ป่าฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ ดีต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่สุด ประหยัดกว่า ช่วยดูดซับคาร์บอนได้มากกว่า
 
รายงานเผยการปล่อยให้ต้นไม้ และป่าฟื้นฟูเองตามธรรมชาติ จะเป็นการฟื้นฟูป่าไม้ในสหราชอาณาจักรที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นความหลากหลายทางชีวภาพ
 
หน่วยงานการกุศล Rewilding Britain จัดทำรายงาน และเผยว่าการฟื้นฟูเองตามธรรมชาติของต้นไม้ และป่าควรจัดเป็นวิธีเริ่มต้นในการฟื้นฟูป่าไม้ของประเทศ เพราะมันสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้ดีที่สุด ไม่ใช้ค่าใช้จ่ายที่เยอะ และอาจกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าที่เราเคยคิดไว้
 
ในรายงานกล่าวว่า “ด้วยแหล่งเมล็ดพันธุ์ที่เพียงพอและสภาพพื้นที่ที่เหมาะสม ต้นไม้จะเติบโตเองเป็นหลายล้านต้นฟรี ในพื้นที่ขนาดใหญ่เท่าที่เราอยากจะมีได้”
 
ซึ่งรายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อกระตุ้นให้คนมาสนับสนุนโครงการมากขึ้น และเพื่อช่วยรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายอันทะเยอทะยานที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าของสหราชอาณาจักรให้ได้ 187,500 ไร่ต่อปีภายในปี 2025
 
ในปีนี้มีการปลูกป่าเพิ่มเพียง 84,125 ไร่ในสหราชอาณาจักร ส่วนใหญ่จะในสกอตแลนด์ แต่ทางรัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเห็นจำนวนผืนป่าเพิ่มขึ้นอย่างต่ำ 2% จากเดิม 13%
 
ตอนนี้จำนวนผืนป่าที่เพิ่มขึ้นของสหภาพยุโรปเฉลี่ยอยู่ที่ 40%
 
Rewilding Britain ที่ทำรายงานออกมาจึงร่วมกับหน่วยงานการกุศลอื่น ๆ อย่าง Friends of the Earth ที่จะทำแคมเปญให้ผืนป่าในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้น 26%
 
ในเดือนธันวาคม 2020 นี้ รัฐบาลอังกฤษได้ประกาศแผนปลูกป่าจำนวนมากเพื่อช่วยให้พื้นที่ป่าของสหราชอาณาจักรให้ได้ 187,500 ไร่ต่อปีภายในปี 2025 และมีการจัดสรรงบประมาณ 40 ล้านปอนด์ให้กับโครงการ 68 โครงการให้ไปปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้น 800,000 ต้น เป็น 10,000 ต้นที่จะปลูกในพื้นที่ 50 แห่งของ National Health Service (NHS) หรือระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ และอีก 12 แห่งในพื้นที่เล็ก ๆ ตามชนบท
 
นอกจากนี้ ยังจัดสรรงบอีก 12.1 ล้านปอนด์ให้รัฐบาลในการนำไปลงทุนกับแผนปลูกป่า 3,125 ไร่ในป่าชุมชน 10 ชุมชน
 
รวมถึง รัฐบาลสัญญาว่าจัดสรรงบอีก 4 ล้านปอนด์เป็นทุนในการปลูกต้นไม้ในเมือง และบริเวณใกล้แม่น้ำเพื่อลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม และทุนสำหรับแผนการปลูกต้นไม้ใหม่ 30,168 ต้นในเขต Upper Thames และ Cotswold Area of ​​Outstanding Natural Beauty และอีก 10,257 ต้นในอ่างเก็บน้ำ Ure และ Wharfe ใน Yorkshire เพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัย และการเชื่อมต่อของสัตว์ป่า
 
ซึ่งหน่วยงาน Rewilding Britain กล่าวว่า การฟื้นฟูเองตามธรรมชาติควรเป็นวิธีตั้งต้นมากกว่า ยกเว้นว่าต้นไม้จะไม่สามารถกระจายไปด้วยตัวมันเอง หรือโตช้า เนื่องจากแหล่งเมล็ดพันธุ์อยู่ห่างกันเกินไป หรือพื้นที่ถูกสัตว์เข้ามาแทะเล็มหญ้ามากเกินไป ถ้าเป็นแบบนี้ นักปลูกป่าอาจจะต้องเข้ามาเคลียร์พื้นที่ กระจายเมล็ด หรือควบคุมการเข้าแทะเล็มหญ้าของสัตว์ และนำต้นกล้าของต้นไม้ท้องถิ่นมาปลูก ถ้าได้รับความร่วมมือของชุมชนด้วยก็จะดี
 
Rebecca Wrigley หัวหน้าฝ่ายบริหารของ Rewilding Britain เผยว่า “ผู้คนมักจะมีความคิดว่าการเพิ่มพื้นที่ป่าแปลว่าต้องปลูกป่า และนั้นแปลว่าปลูกในพื้นที่อนุรักษ์ด้วย แต่ธรรมชาติก็สามารถทำสิ่งนี้ได้ด้วยตนเองได้อย่างดี การฟื้นฟูตามธรรมชาติก่อให้เกิดประโยชน์หลายประการ คุณจะได้ต้นไม้ที่ถูกต้องในที่ ๆ เหมาะสม คุณไม่ต้องสร้างคาร์บอนในขั้นตอนการปลูก และคุณก็ได้กระตุ้นความซับซ้อนของระบบนิเวศ”
 
Wrigley เสริมว่า “การฟื้นฟูเองตามธรรมชาติของต้นไม้จะช่วยให้พืชพันธุ์เหล่านั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนไปได้ด้วย และก็มีหลักฐานที่ชี้ว่ามันสามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่า แม้ว่าจะยังไม่มีฐานการวิจัยที่กว้างขวางเนื่องจากการฟื้นฟูตามธรรมชาติไม่ได้อยู่ในรัศมีของผู้คน”
 
ข้อมูลจาก: เพจ Environman
Visitors: 881,273