ไอติมกะทิหนึ่งถัง

 ไอติมกะทิหนึ่งถัง

ที่กรุงเทพ มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนึง ขายดีมากยอดขายเดือนเป็นล้าน!! เขาประสบปัญหานึงที่พยายามแก้มาตลอดคือ

ปัญหาพนักงานลาออก ส่วนนึง ไม่สู้งาน ไม่ชอบเนื้องาน และส่วนนึงที่เจอบ่อยๆคือ ลาออกเพราะที่อื่นให้มากกว่า

ร้านที่ผมพูดถึงนี้ ให้ค่าแรงวันละ 400 บาท เลี้ยงข้าวด้วยสองมื้อ พอมีร้านอื่น ที่อื่น ให้ 420 คนงานก็ตัดสินใจลาออกไปทำที่ที่ให้เงินมากกว่า

เป็นแบบนี้มาหลายปี จนลูกชายเรียนจบจากนอก กลับมาช่วยงาน จึงเห็นปัญหาและแก้ไขได้อย่างชาญฉลาด

 

เขาเรียกพนักงาน 10 คนมาประชุม เรื่องค่าแรงและโปรเจ็คใหม่ โดยเขาจะลงทุนในครั้งแรกให้ สามพันบาท เพื่อซื้อไอติมกะทิมาขาย โดยไอติมกะทิหนึ่งถังใหญ่

ขายหมดจะได้กำไรสองพันบาท เขาจะลงให้ก่อน ออกทุนให้ก่อน

 

โดยมีข้อตกลงว่า!!!กำไรจากการขายไอติม ทุกบาททุกสตางค์ จะเอามาหารเท่ากันหมด คือหารสิบ ในครัวก็ได้ส่วนแบ่งด้วย ล้างชามก็ได้ด้วย ทุกคนได้หมด วันแรกลงถังเดียว

ขายหมดในวันเดียว ในเดือนแรกขายได้ เดือนละสามสิบถัง กำไรหกหมื่น หารสิบ เท่ากับว่า ทุกคนในร้านได้เงินเพิ่มเดือนละหกพัน

 

หรือวันละสองร้อยฟรีๆ ถ้าเอาค่าแรง 400+200 ที่ได้จากกำไรไอติม เท่ากับว่า พวกเขามีรายได้วันละ 600 บาท!! เข้าเดือนที่สอง สาม สี่ ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆเพราะ มีการเอาท็อปปิ้งมาขายด้วย มีลูกจาก มีลอดช่อง มีข้าวโพด และอีกมากมาย กลายเป็นว่าขายได้วันละสองถัง จากคนงานที่อยากจะออก กลายเป็นไม่มีใครอยากออก

จากที่บ่นเหนื่อย อยากหยุด ไม่มีใครอยากหยุด จากปกติ ปีใหม่ สงกรานต์ พวกเขาจะขอลากลับบ้านทีสิบวัน กลายเป็น ขอร้องให้เถ้าแก่เปิดร้าน!!

ก่อนหน้านี้ พนักงานเสริฟ ชอบทำหน้าหงิกใส่ลูกค้า กลายเป็นยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแลลูกค้าอย่างดี เพื่อจะเชียร์ขายไอติม!!!

 

 
 
 

ก่อนนี้เขาคิดว่าเขาเป็น...แค่ลูกจ้าง เดี๋ยวนี้เขาคิดว่าเขาคือส่วนนึงของร้าน ก่อนนี้เขานั่งมองเถ้าแก่นับเงินเป็นบึกใส่กระเป๋า ส่วนเขานับเหรียญให้ลูกไปโรงเรียน เดี๋ยวนี้เขารักร้าน รักเถ้าแก่ รักลูกค้า ทุกคนกระตือรือร้นขยันทำงานเองโดยไม่ต้องสั่ง! ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องกดดัน

 

พอการบริการดี...ลูกค้าก็เยอะขึ้นเป็นสองเท่า จากยอดขายก๋วยเตี๋ยววันละสามหมื่น เป็นห้าถึงหกหมื่นต่อวัน ทั้งหมดนี้เพราะไอติมถังเดียว ที่แก้ปัญหาคนงานลาออก และทำให้ร้านขายดีกว่าเดิม เขาทำธุรกิจแบบ...ใจเขาใจเรา ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วม กับทุกอย่าง มีรายได้ร่วมกัน เปลี่ยนใจลูกจ้างเป็นทีมงาน

 

ผมเรียนรู้เรื่องนี้ และเอามาทำกับธุรกิจตัวเองนานแล้ว คนเรา จะเอาอย่างเดียว จะกินคนเดียว รวยคนเดียว ลูกน้องจนลำบากใครจะอยู่ ทุกคนต่างอยากมีอนาคต และขอให้ทราบว่า คนเราอยู่ที่ไหนแล้ว มองไม่เห็นอนาคต ก็ไม่มีใครอยากอยู่ แม้กระทั่งเรื่องชีวิตคู่ อยู่กับคนที่ไม่มีอนาคต อยู่แล้วมองไม่เห็นอนาคต

 

เมื่อมีโอกาส รักมากแค่ไหนก็ไป จบโควิด แล้วลองเอาไปปรับใช้ดูครับ งานใหญ่ไม่มีวันสำเร็จได้ ด้วยใครเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้น จงเห็นใจ เข้าใจ ใส่ใจ คนที่มาช่วยเราสร้างอนาคต สร้างองค์กร ไม่มีพวกเขาทำงานให้ คุณทำเองคนเดียวได้หรือ?

 

เคยเห็นมั้ย บางบริษัทประกาศผลกำไร ปีนึงหลายร้อยล้าน แต่ลูกน้องพนักงานในบริษัท จนจะตายอยู่แล้ว!ออกเรือไปจับปลาด้วยกัน จับไม่ได้ก็อดเหมือนกัน เวลาได้ก็ต้องแบ่งกันกิน ใจเขาใจเรา

 

 

 

Cr: สิริทัศน์ สมเสงี่ยม เขียน

จากเพจ: ป้านวลชวนเที่ยว 

Visitors: 606,458