ระวังติดเชื้อจากคนส่งของ/สิ่งของ

ระวังติดเชื่อจากคนส่งของ/สิ่งของ

มีเรื่องที่น่ากลัวมากเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 เมื่อตอนบ่ายวันนี้ครับ คือ กรมควบคุมโรคเขาออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่มีผู้ป่วยคนหนึ่งตรวจพบการติดเชื้อ COVID-19 ทั้งๆที่ไม่ได้ออกจากบ้านเลยเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีประวัติการเดินทาง

มีแค่ประวัติการเดินออกไปรับพัสดุในบริเวณที่อยู่อาศัย ทำให้ทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นประเมินกันว่าอาจจะติดเชื้อมาจากสินค้าที่คนส่งของนำมาส่งให้ (ย้ำว่าเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกานะครับ) ทำให้เกิดความกังวลกันในหมู่บุคลากรสาธารณสุขว่าสิ่งนี้กำลังจะกลายความเป็นไปได้ในการติดเชื้อชุดใหม่หรือไม่

คือ ติดเชื้อมาจากคนส่งของที่เป็นพาหะนำเชื้อมา พอเอาของมาส่งที่บ้าน เชื้อที่ติดอยู่ตามตัวของคนส่งของก็กระจายมาอยู่บนพัสดุ บนกล่องสินค้า พอคนเรารับของไปแล้ว ไม่ได้มีการทำความสะอาด เพราะคิดว่ามันไม่มีเชื้ออยู่บนนั้น ก็เลยติดเชื้อไวรัสไป

เช่นเดียวกับการเอามือไปจับลูกบิดประตู ราวบันได คีย์บอร์ด สิ่งของต่างๆในที่สาธารณะ (ซึ่งในกรณีของสหรัฐอเมริกานี้ ทางการเขาตามไปตรวจสอบแล้วพบว่าคนส่งของนั้นเป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้อ แต่ดื้อไม่ยอมหยุดงานกักตัวอยู่ที่บ้าน จึงทำให้เกิดกรณีแบบนี้ในสหรัฐอเมริกาได้)

 

ในกรณีของประเทศไทยเรานั้นยังไม่มีการรายงานถึงเคสลักษณะนี้ อาจจะเพราะที่ไทยเรามีการส่งของแบบเดลิเวอรี่น้อยกว่าที่อเมริกา หรือต่างประเทศมาก ซื้อของในห้างคนไทยก็ยังไปซื้อด้วยตัวเอง (ที่ต่างประเทศ หลายๆประเทศนั้นเดี๋ยวนี้คนจะนิยมสั่งของในห้างผ่านเว็ปไซต์แล้วให้ทางห้างขับรถมาส่งของเอง)

ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่เราควรป้องกันเป็นลำดับแรกๆเลย คือ ต้องเพิ่มความระมัดระวังกับการใช้ชีวิตให้มากขึ้น แม้จะอยู่ในบ้านของตัวเอง เวลามีคนส่งของ ส่งพัสดุ ส่งอาหาร Food Panda หรือ Grab ไม่ว่าเขาจะมาส่งอะไร ไม่ว่าเขาจะใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่

ควรจะล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัสสิ่งของที่เคยผ่านมือคนอื่นมาก่อน เช่น รับถุงอาหารมาจาก Grab ก็ควรล้างมือ จะแกะถุงแกง แกะยาง ก็ต้องล้างมือก่อนจะกิน ไม่ใช่ว่าเทน้ำแกงแล้วจับช้อนกินข้าวเลย อันนี้ถือว่าเสี่ยง

เพราะจากการวิจัยของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) พบว่า ไวรัส COVID-19 นั้นสามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวพลาสติคและแสตนเลสได้นานสูงสุด 3 วัน

Visitors: 296,049