mixberry

ถ้าเอ่ยถึงคำว่า“เบอร์รี่"

หลายคนคงนึกถึงผลไม้จากเมืองหนาว อย่างเช่น สตรอเบอรี่ แบลคเบอร์รี่ เชอร์รี่ ราสเบอร์รี่ แคนเบอร์รี่ ที่นอกจากจะมีรสชาติหวานฉ่ำหรือหวานอมเปรี้ยวแล้ว ยังมีคุณค่าที่ร่างกายควรได้รับหลายอย่าง

โดยเฉพาะจากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่สูงใน "ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่" จึงทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย คือ ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ช่วยป้องกันโรคหวัด ช่วยในเรื่องความจำ บำรุงสายตา ควบคุมน้ำหนัก ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์จึงทำให้ร่างกาย ผิวพรรณไม่รีบแก่

เบอร์รี่ที่เรารู้จักมีมากมายหลายสายพันธ์ รสชาติเปรี้ยวนิด ๆ หวานหน่อย ๆ แต่จะมีใครทราบบ้างว่าเบอร์รี่มีประโยชน์มากกว่าหน้าตา และรสชาติมากขนาดไหน

สตรอเบอร์รี่ถือเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีสูง รวมไปถึงวิตามินเอ ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส และแคลเซียม สำหรับวิตามินซีและวิตามินเอนั้นเป็นสารสำคัญที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงสายตา สตรอเบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระได้สูงกว่าผลไม้อื่นๆ อย่างส้ม องุ่นแดง กีวี กล้วยหอม และมะเขือเทศ

แครนเบอร์รี่ หรือเบอร์รี่นกกระสา เรียกชื่อตามฤดูกาลที่ผลเบอร์รี่สุกงอม และเป็นช่วงที่นกกระสามาชุมนุมกัน เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชน์ไม่แพ้เบอร์รี่ชนิดอื่น

ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่

- ช่วยลดการติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ

- ช่วยบำรุงให้หัวใจแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง

- ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกาย

- ช่วยทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้นสดใสเพราะ แครนเบอร์รี่มีวิตามินซีอยู่สูงมาก

แบล็คเบอร์รี่ (Blackberry)

แบล็คเบอร์รี่นั้นหาดูยากในบ้านเรา และเป็นผลไม้ที่มีรูปร่างแปลกตา แต่ว่าประโยชน์ของแบล็คเบอร์รี่มีมากมายที่เราไม่รู้ นั่นก็คือ แบล็คเบอร์รี่สดเป็นแหล่งที่มีกรดฟีโนลิก วิตามินซี และโฟเลตสูงสุด ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้ ทำให้ผิวหนังเราไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร แบล็คเบอร์รี่มีสารเคมีชนิดหนึ่งเรียกว่า Salicylate ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็งลำไส้ และโรคหัวใจ

 

ราสเบอร์รี่ (raspberry)

ราสเบอร์รี่นั้นถือว่าเป็นสุดยอดผลไม้ที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะ สารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการเป็นโรคต่างๆเช่น โรคมะเร็งบางชนิด อัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อม

 

 

ประโยชน์ของราสเบอร์รี่

- มีสารต้านอนุมูลอิสระ สูง ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

- มีสรรพคุณบรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และมีคุณค่าทางผิวมากเลยทีเดียว

- มี ธาตุ โพรแทศเซียม และเส้นใยอาหารสูง มีวิตามินเคหรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ ที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด และยังมีแมงกานีส ที่ช่วยในการทำงานของปฏิกิริยาเคมีในร่างกาย

- ช่วย ทำให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สารสีแดงในราสเบอร์รี่มีคุณสมบัติช่วยในการหมุนเวียนโลหิต อุดมไปด้วย วิตามิน เอ และบี ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสและสมานผิว

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่มีผิวสีน้ำเงินเข้ม คนไทยไม่ค่อยนิยมเพราะเป็นผลไม้ในเมืองหนาว ส่วนใหญ่จะจำหน่าย ตามซุปเปอร์มาเก็ต สาขาใหญ่ๆ แต่ที่ประเทศ สหรัฐอเมริกานั้น เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ผู้สูงอายุ เพราะผลการวิจัยพบว่า การกินผลไม้ชนิดนี้จะทำให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยในเรื่องของความจำได้อีกด้วย

ประโยชน์ของบลูเบอร์รี่

- อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณที่สูง ที่ช่วยต้านการทำลายเซลล์ของร่างกาย

-มีปริมาณใยอาหารสูงโดยเฉพาะเพคติน ที่ทำหน้าที่ช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลใน เลือด

- ช่วยดูแลเส้นเลือดฝอยให้แข็งแรง

- ช่วยชะลอความแก่ บำรุงร่างกายและช่วยให้ความจำดีขึ้นในคนชรา

-มีส่วนช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายสูงวัย โดยจะมีผลให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้น

 

 

เชอร์รี่ – แพทย์ทางจะวันตกเรียกว่า “แอสไพรินธรรมชาติ” เพราะเป็นผลไม่ที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้

ประโยชน์ของเชอร์รี่

ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีที่มีมากกว่าส้มถึง 30-80 เท่า นั้น นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูล อิสระแล้ว เชอร์รี่ยังมีคุณสมบัติช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย

1.) ช่วยลดการติดเชื้อโรคหวัดช่วยต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและ ลดการแพ้สารต่างๆ ของร่างกาย วิตามินซี ช่วยรักษาผิวของเม็ดเลือดขาว ไม่ให้ถูกทำลายจึงทำให้การเคลื่อนย้ายตัวของ เม็ดเลือดขาว ไปยังเชื้อโรคต่างๆ ได้รวดเร็วนอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยการทำงานของ น้ำย่อย ที่ใช้ทำลายเชื้อโรคเหล่านี้ด้วยจากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ได้รับวิตามินซีเป็นประจำ จะเป็นหวัดน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับ

2.) ช่วยลดการแพ้ต่างๆ รวมทั้งโรคภูมิแพ้โดยยับยั้งสารที่เรียกว่า ฮีสตามีนเป็นสารที่ร่างกาย สร้างขึ้นมาหากมากเกินไปจะทำให้มี อาการระคายเคืองตามระบบหายใจทำให้จาม มีน้ำมูกไหล นอกจากนี้ยังพบว่า วิตามินซีสามารถลดโอกาสการติดเชื้อบริเวณปอดได้อย่างมีนัยสำคัญ

3.) เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (antioxidant) ทำหน้าที่เป็นสารช่วยยับยั้ง การสร้างสารอนุมูลอิสระและยังช่วยซ่อมแซม เซลล์ที่ถูกทำลาย และขจัดโมเลกุลที่ถูกทำลายช่วยป้องกันเซลล์เสื่อมตัวเร็ว ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้เช่นโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดแดงแข็งโรคข้ออักเสบจากรูมาตอยด์ เป็นต้นนอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบ ภูมิคุ้มกัน และป้องกันระบบประสาท และสมองจากโรค ความจำเสื่อม อันเนื่องมาจากการมีอายุมากขึ้น

4.) ช่วยในการสังเคราะห์คอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่จำเป็นสำหรับ เนื้อเยื้อที่ผิวหนัง และกระดูกโดยเฉพาะในเด็ก ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตในผู้ใหญ่ทำให้ผิวกระชับลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

5.) ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรงช่วยในการสมานตัวของแผลหากขาดวิตามินซี ซึ่งเป็นสาเหตุการ เปราะ แตกง่ายของผนังหลอดเลือดทำให้เลือดออกง่าย

เชอร์รีมีโพแทสเซียมในปริมาณสูงซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความสมดุลกับโวเดียมทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติระบบไหลเวียนโลหิตดี เราจึงรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอยู่เสมอนอกจากโพแทสเซียมแล้ว เชอรี่ยังมีวิตามิน c ที่ช่วยรักษาแผลป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และรักษาโรคหวัดอีกด้วยอีกทั้งเชอรียิ่งมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ขับพิษต่างๆ ออกจากร่างกายทำให้เราปลอดภัยไกลโรคคุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของเชอรีก็คือ เชอรีจะลดระดับกรดยูริกในเลือดทำให้ป้องกันการเกิดโรคเกาต์ หรืออาการปวดตามข้อได้

 

สรุปแล้ว ประโยชน์เด่นๆ ของเบอรี่ ช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า ดูอ่อนกว่าวัย รักษาระดับน้ำตาลในเลือด

 

• บำรุงสายตา บำรุงสมอง ช่วยซ่อมแซมสมองทำให้ความจำดีขึ้นเพิ่มภูมิต้านทาน

ในร่างกาย

• ที่สำคัญอิ่มนาน เพราะเบอร์รี่อุดมด้วยไฟเบอร์ ทำให้อิ่มได้เร็วและอิ่มนาน เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก

 

 

Cr:medthai

Visitors: 879,134