รู้จัก Lark Suite สุดยอดแอปแชททางเลือก นอกเหนือจาก Slack ที่คุณใช้งานได้ฟรี

เมื่อการทำงานกับชีวิตส่วนตัวกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน

หลังจากที่หลายบริษัทได้ปรับการทำงานมาเป็นแบบ Remote Working มีผลสำรวจชี้ว่า 3 ใน 4 พนักงานรู้สึกขาด Work Life Balance และ Burnout กับการทำงานมากขึ้น ซึ่งปัญหาของการขาด Work-life balance ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่เหตุการณ์ The Great Resignation ในสหรัฐอเมริกาที่พนักงานบริษัทต่าง ๆ พร้อมใจกันลาออกถึง 4 ล้านคน

บทความที่เกี่ยวข้อง: ถอดบทเรียน The Great Resignation การลาออกครั้งใหญ่ของพนักงานในปี 2021

เพราะการทำงานแบบ Work From Home นั่นแปลว่า พวกเขาไม่มีเวลาเริ่ม-เลิกงานที่แน่นอน กลายเป็นว่าต้องทำงานตลอดเวลา แม้แต่เวลาเลิกงาน เปิดไลน์ก็ยังมีงานเข้ามา แอปที่เขาใช้สำหรับชีวิตส่วนตัว กลับกลายเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเรื่องงาน จนบางคนถึงกับรู้สึกหลอนเมื่อได้ยินเสียงการแจ้งเตือนจากไลน์เลยทีเดียว

จะดีกว่าหรือไม่ หากเราสามารถสื่อสารกันโดยแยกการทำงานออกจากชีวิตส่วนตัวได้

ภาพจาก Pentabell


ถึงแม้การใช้แอปแชทในชีวิตประจำวันคุยงานอาจดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่แท้จริงแล้วการใช้ไลน์เป็นช่องทางในการสื่อสารเรื่องงานได้สร้างความลำบากใจให้กับผู้ใช้ไม่น้อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพของงานได้อีกด้วย

การใช้แอปอื่นที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันติดต่อเรื่องงาน นอกจากจะเป็นเส้นแบ่งระหว่างการทำงานกับพื้นที่ส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจนแล้ว ยังทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องเสียเวลาในการงมหาแชทที่ปะปนกันอยู่บนแพลตฟอร์มเดียว ทั้งเรื่องงาน แชทที่คุยกับครอบครัว เพื่อน และอีกมากมาย แถมยังช่วยลดข้อผิดพลาดจากการส่งผิดแชท เช่น การเผลอส่งข้อความส่วนตัวลงแชทกลุ่มที่ทำงาน จนกด Unsend กันแทบไม่ทัน

สำหรับแอปที่ใช้ในการสื่อสารกันในที่ทำงาน น่าจะมีใครหลาย ๆ คนอยากนำซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Slack เข้ามาใช้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องการมีฟีเจอร์ที่มากเกินความต้องการ หรือการส่งข้อความในแพ็กเกจฟรี ที่อาจจะยังลองได้ไม่เต็มที่ก็ต้องเสียเงินแล้ว Lark จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

Lark Suite คืออะไร? ขอแนะนำให้รู้จักกับ Lark Suite

Lark Suite เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการแชทในที่ทำงาน เริ่มต้นใช้งานได้ฟรี และสามารถใช้งานได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บเบราว์เซอร์ จะติดตั้งโปรแกรมลงคอมพิวเตอร์ จนถึงแอปบนสมาร์ทโฟน ถูกพัฒนาขึ้นโดย Lark Technologies ซึ่งอยู่ภายใต้ ByteDance บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่สัญชาติจีน และเป็นผู้สร้างแอปวิดีโอสั้นยอดฮิตอย่าง Tiktok

กลุ่มผู้พัฒนา Lark เล็งเห็นถึงปัญหาที่หลาย ๆ บริษัทต้องนำแอปมากมายเข้ามาใช้ในการทำงานนอกเหนือจากแอปที่ใช้ในการสื่อสาร เนื่องจากโปรแกรมแชทที่ใช้ ไม่ได้มีฟังก์ชั่นสำหรับการทำงานอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย  เช่น เมื่อตอบแชทเพื่อนร่วมงานแล้ว ต้องไปนัดหมายการประชุมผ่าน Calendar ในอีกแอป แล้วจึงเข้าประชุมในอีกแพลตฟอร์ม โดยต้องแชร์ไฟล์จากอีกที่หนึ่ง

Lark Suite จึงได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขจัดปัญหาในการที่ต้องสับเปลี่ยนแอปไปมา โดยรวบรวมฟีเจอร์สำคัญที่ใช้ในการสื่อสารตั้งแต่การส่งข้อความ, ประชุมวิดีโอคอล, ปฏิทิน, เอกสารออนไลน์ ไปจนถึงการ Integrate เข้ากับซอฟแวร์ด้านการทำงานต่าง ๆ ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

เริ่มต้นใช้งาน Lark Suite ได้ที่นี่

Lark Suite จึงเป็นเครื่องมือสำหรับสื่อสารในองค์กร ที่เพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่ครบครัน เพื่อเสริมประสิทธิภาพการประสานงาน (Collaborative), การสื่อสาร (Communication) และเอกสาร (Document) ให้การทำงานแบบ Work From Home ราบรื่นยิ่งขึ้น

เนื่องด้วยประสิทธิภาพตอบโจทย์ในด้านการแยกพื้นที่ระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวไว้อย่างชัดเจน บวกกับความสามารถในการใช้งานร่วมกัน และการเชื่อมต่อเข้าถึงทุกคนในองค์กรได้ไม่ว่าจะอยู่แห่งใดบนโลก ทำให้ Lark Suite เป็นอีกหนึ่งแอปที่น่าสนใจและเหมาะสำหรับการนำไปใช้ในองค์กรทุกขนาด

ฟีเจอร์หลัก Lark

รู้หรือไม่ว่า มีเสียงจากพนักงานมากมาย ว่าพวกเขารู้สึกแย่กับการสื่อสารผ่านไลน์/เมสเสจเจอร์

เพราะการใช้งานผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้น ทำให้งานกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว อยู่กับตัวตลอดเวลาไม่เว้นแม้แต่ช่วงหลังเลิกงานแล้ว…

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ฟีเจอร์แชทเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยแบ่งเวลางานและเวลาส่วนตัวออกจากกันแล้ว ข้อได้เปรียบอีกข้อของการใช้แอปแชทสำหรับทำงาน คือ การจัดเก็บไฟล์ได้อย่างถาวร (อย่างที่ไลน์ทำไม่ได้และเจอปัญหาไฟล์หมดอายุกันบ่อย ๆ)

แต่ต้องบอกก่อนว่า Lark Suite ไม่ได้มีดีแค่ในเรื่องการส่งข้อความและสื่อสารภายในองค์กรที่ช่วยเสริมสร้างสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและงานเท่านั้น แต่แอปพลิเคชั่นนี้ยังมีฟังก์ชั่นมากมายที่ครอบคลุมด้านการทำงาน ได้แก่...

  • Lark Messenger
  • Call Conference
  • Calendar
  • Online Docs and Sheets
  • Email

เรียกว่า มี Lark Suite เพียงแอปเดียว ก็เหมือนมีหลายแอปพร้อมกัน ไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งหลายโปรแกรมหรือสลับแอปไปมาให้วุ่นวาย โดยฟังก์ชั่นเหล่านี้จะเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด ผู้ใช้งาน Lark จึงสามารถดูตารางงานของเพื่อนร่วมทีมหรือแก้ไขเอกสารร่วมกันในระหว่างการสนทนา เริ่มวิดีโอคอลได้จากการนัดหมายบนปฏิทินได้เลย เรียกว่า ครบ จบ ในที่เดียว!

Lark Messenger

ฟีเจอร์หลักอันดับแรกของ Lark Suite คือ การส่งข้อความทางแชท ที่ถูกสร้างมาเพื่อการสื่อสารในทีม โดยสามารถแบ่งห้องแชทสำหรับแต่ละแผนกหรือทีม และเชิญบุคคลภายนอกองค์กรเข้ามาในห้องแชทได้ จึงเหมาะกับการทำงานมากกว่าแอปแชทที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

และยังมีฟังก์ชั่นมากมายที่แทรกอยู่ในห้องแชทแต่ละห้อง ไม่ว่าจะเป็น การกดวิดีโอคอลในแชทได้ทันที, การตั้งประกาศของกลุ่ม, การเสิร์ชหาข้อความ ไฟล์ หรือ ลิงก์ต่าง ๆ, การตั้ง Task ในแชท, การปักหมุด, การดูปฏิทินและนัดหมาย, การสร้างโพล และสร้างอีเว้นท์ 

ด้วยความเป็น Chat Centric เค้าผูก Ecosystem ของตัวเองเข้ามาหลาย ๆ ส่วนอย่าง Task Management Tool ก็ดี, Leave Request หรือ Approval ต่าง ๆ ก็ดี, รวมไปถึงการนัดหมายด้วยสำหรับองค์กรที่ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมด้าน Project Management ก็สามารถสร้าง Task ผ่านแชทใน Lark Messenger เลือกคนที่จะมอบหมายงานรวมถึงตั้งกำหนดการส่งงานได้ ทั้งง่าย สะดวก และรวดเร็ว

ภาพการตั้งประกาศ ซึ่งสามารถใส่องค์ประกอบต่าง ๆ ได้อย่างมีอิสระ

 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์แปลภาษาในตัวกว่า 100 ภาษาผ่านเทคโนโลยี AI เพียงแค่กดข้อความที่เพื่อนร่วมงานส่งมา ก็จะแปลภาษาให้ทันที ตอกย้ำความตอบโจทย์ในการเป็นแอปสื่อสารสำหรับองค์กรทั่วโลก บริษัทข้ามชาติ หรือบริษัทที่มีพนักงานหรือลูกค้าเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะ

ภาพการแปลภาษาในตัวและการใช้อิโมจิจาก Tutorial Video ของ Lark Suite

ในกรณีที่มีเรื่องเร่งด่วนเข้ามา สามารถกดปุ่มข้อความด่วนที่เรียกว่า “Buzz!” โดยจะเป็นฟังก์ชั่นสำหรับกระตุ้นให้เพื่อนร่วมงานอ่านข้อความที่ส่งไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วที่สุด 

ซ้ำยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อย่างการใช้อีโมจิ การอัปโหลดรูปไว้ใช้เป็นสติกเกอร์ในแชท และแชทบอทผู้ช่วยในการทำงาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือการแยกงานออกจากชีวิตส่วนตัวไว้อย่างชัดเจน


Call Conference วิดีโอคอลแบบไม่จำกัดเวลา

ภาพจาก Lark

การวิดีโอคอลที่ใช้งานได้ฟรีแบบจำกัดเวลา60นาที เชิญได้มากถึง 50คน สำหรับแบบ Pro จะมี Meeting Lobby จะเชิญคนได้สูงสุด 500 คน จำกัดเวลา 24 ชั่วโมง และในการประชุมใหญ่สามารถแบ่งกลุ่มย่อย ๆ หรือ Breakout เป็นห้องสำหรับการพูดคุยเป็นกลุ่มเล็กได้ถึง 50 ห้อง ถือว่าเป็นการทำห้องมีตติ้งที่โหดมาก จัดสัมนาได้เลย สำหรับบริษัทที่มีพนักงานอยู่ทั่วโลก ก็สามารถ Live สดการประชุมทางวิดีโอ 

แถมยังผสานเข้ากับ Messenger และปฏิทิน ทำให้สามารถกดเริ่มวิดีโอคอลผ่านทางแชทและปฏิทินได้ในคลิกเดียว ไม่ต้องใส่รหัสหรือคำเชิญเข้าประชุม ทั้งการติดต่อทางวิดีโอคอล การประชุมกับทีมหรือกับบุคคลนอกองค์กรก็ตาม



การเชิญบุคคลภายนอกก็ทำได้ง่าย ด้วยการสร้าง Event บนปฏิทินพร้อมใส่อีเมล์ของผู้เข้าร่วม หรือแชร์ลิงก์ของการประชุมนั้น ๆ และสามารถเข้าร่วมการประชุมผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ได้เลย ไม่ต้องทำการติดตั้งแอป ซ้ำยังแชร์สกรีนหน้าจอได้ ยกเว้นการเปิดใช้ Subtitles แบบเรียลไทม์ (ขณะนี้มี 3 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน และญี่ปุ่น และใช้งานได้ในแพ็กเกจ Enterprise เท่านั้น) ที่จะรับรองเฉพาะการทำงานบนแอป



ภาพการสร้าง Meeting บน Calendar ที่สามารถใส่อีเมล์ของบุคคลนอกองค์กรได้

ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการนัดประชุมกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ ก็สามารถสร้างการประชุมใน Calendar ของ Lark ได้ทันที โดยใส่รายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงอีเมล์ของผู้เข้าร่วมการประชุม ระบบจะทำการส่งอีเมล์แจ้งเตือนการนัดหมายพร้อมลิงก์การประชุมไปยังคนนั้น และเขาสามารถคลิกที่ลิงก์เพื่อเข้าร่วมประชุมผ่านทางเบราว์เซอร์ได้เลย 



นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ถ่ายทอดสดการประชุมทางวิดีโอที่สามารถเข้าถึงคนนับล้านทั่วโลก พร้อมทั้งเชื่อมต่อ Livestream กับ Youtube และ Facebook ได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะเหมาะกับผู้บริหารในองค์กรใหญ่ ๆ ที่ต้องสื่อสารกับพนักงานทั่วโลก ยิ่งแสดงให้เห็นว่า Lark Suite ให้ความสำคัญกับการสื่อสารแบบที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว


ภาพการเชื่อมต่อ Live Stream กับ Youtube และ Facebook จาก Lark

Calendar ปฏิทินอัจฉริยะ

มีปฏิทินให้ทั้งแบบส่วนตัวและสำหรับแต่ละกลุ่มเพื่อใช้นัดหมายการประชุม  ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสร้างและติดตามได้หลายปฏิทิน ไม่ว่าจะเป็นปฏิทินของบริษัท

แผนก ทีม จนถึงเพื่อนร่วมงาน เพื่อดูและรับการแจ้งเตือนกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมหรือไปจนถึงงานเลี้ยงของบริษัท



สามารถตรวจสอบเวลาว่างหรือดูข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการนัดหมายต่าง ๆ โดยเลือกมุมมองการดูเหตุการณ์ตามแต่ละปฏิทิน หรือดูเหตุการณ์ทั้งหมดในปฏิทินเดียวก็ได้เช่นกัน

สำหรับการตรวจสอบความพร้อมของห้องประชุมและจองห้องประชุมก็สามารถทำได้ในคลิกเดียวผ่านทางปฏิทิน และหากต้องการหาเวลาว่างที่ตรงกันเพื่อนัดหมายการประชุม ในขณะที่กำลังสื่อสารผ่านทาง Messenger ก็สามารถกดดูปฏิทินของผู้อื่นไปพร้อมกันในแชทได้เลย



สามารถส่งคำเชิญประชุมให้ทุกคนในกลุ่มแชทได้ในทีเดียว ด้วยการใส่ชื่อกลุ่มลงไป สมาชิกทุกคนในกลุ่มนั้นจะได้รับคำเชิญทันที ไม่ต้องเสียเวลาเลือกที่ละรายชื่อ โดยสามารถแชร์เอกสารและวาระการประชุมก่อนเริ่มประชุมเพื่อข้อมูลที่ตรงกันกับทุกคน


 

และเพื่อให้คุณสามารถจัดการเวลาได้ดียิ่งขึ้นและเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตรงเวลา  ในแอปจึงมีบอทผู้ช่วยส่วนตัวทางปฏิทิน คอยทำหน้าที่ส่งคำเชิญและแจ้งเตือนการนัดหมายต่าง ๆ ให้อัตโนมัติ พร้อมทั้งแจ้งเตือนถึงการอัปเดตและกิจกรรมที่ซ้อนกัน หมดห่วงเรื่องการมาประชุมสายหรือกิจกรรมที่ทับซ้อน

นอกจากนี้ปฏิทินของ Lark ยังรองรับการเชื่อมต่อเข้ากับ Google Calendar ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้าง Event และใส่อีเมล์เพื่อเชิญผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั้งใน Lark หรือ Google Calendar ได้เลย โดยทุก Event ที่ถูกสร้างขึ้นจะถูกแสดงขึ้นบนทั้ง 2 ปฏิทิน ส่วนการเชื่อมต่อกับปฏิทินอื่น ๆ หรือ CalDAV จะต้องเชื่อมต่อเองแบบ Manual แต่ไม่ได้ยากนัก


เริ่มต้นใช้งาน Lark Suite ได้ที่นี่


Online Docs and Sheets 

นอกเหนือจากด้านการสื่อสาร Lark ก็มี Online Docs และ Sheets เพื่อเสริมประสิทธิภาพด้านการประสานงานและด้านเอกสาร โดยผู้ใช้งานสามารถสร้าง แก้ไข และแชร์เนื้อหา ร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ 

และมีเทมเพลตให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Project Planning, Meeting Notes, Campaign Plan, Team Report, Task Management และอื่น ๆ ที่ช่วยให้การทำงานของคุณนั้นสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น

สำหรับ Sheets สามารถทำงานได้มากกว่า Spreadsheet ทั่วไปตรงที่ใช้ร่วมกับ Docs และแทรกมิลติมีเดีย เช่น ไฟล์ หรือรูปภาพได้ การแปลงไฟล์เป็น Excel ก็ทำได้ภายในหนึ่งคลิก พร้อม Template มากมายให้เลือกใช้สำหรับงานประเภทต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ที่ชื่อว่า Bitable ซึ่งเป็น Datasheet ที่เป็นการผสมผสานระหว่าง Spreadsheet และ Database เข้าไว้ด้วยกัน (คล้าย ๆ กับ Airtable) มีหลากหลายเทมเพลตให้เลือกใช้ เช่น Task Management พร้อม Overdue Alert, Event Planning และ Client Relations เป็นต้น แม้ในขณะนี้ยังเป็นเวอร์ชันทดลอง แต่ก็ไม่ได้มีผลต่อการใช้งาน
บทความที่เกี่ยวข้อง: Airtable


สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่โปรเจ็กต์ไม่ล้นมือและยังไม่ได้นำซอฟต์แวร์เฉพาะทางด้าน Project Management มาใช้ ก็สามารถใช้ Bitable สร้างเทมเพลต Task Management แทนได้ 



ภาพตัวอย่างการสร้าง Task Management โดยใช้ Bitable ในมุมมองแบบ List

ปรับมุมมองได้หลากหลายทั้ง List, Gantt Chart, Kanban, และ Gallery พร้อมการแจ้งเตือนเมื่อเกินกำหนด Deadline และสามารถใส่ลำดับความสำคัญของงาน, สเตตัส, ผู้ดูแล, Deadline รวมถึงฝ่ายหรือแผนกที่รับผิดชอบและ OKR อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เช่นกัน


ภาพตัวอย่าง มุมมองแบบ Kanban ใน Task Management ของ Bitable

ด้านความปลอดภัยก็สามารถจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึง และมีการบันทึกเอกสารลงใน Lark Drive ระบบเก็บข้อมูลบนคลาวด์ขนาด 200 GB ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงไฟล์ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยไม่ต้องกังวลว่า ไฟล์จะหาย

อย่างไรก็ตาม Docs ของ Lark Suite จะมีหน้าตาแตกต่างกับ Google Docs อยู่พอสมควร แต่จะมีฟีเจอร์ Rich Text เพิ่มเติมเข้ามา ได้แก่ การใส่วิดีโอ, แทรกไฟล์, สร้างข้อความปักหมุด, สร้างเช็คลิสต์โดยแท็กคน กำหนด Due Date และคอมเมนต์ได้, สร้างแผนภาพและแผนผัง, เชื่อมต่อเอกสารที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน และพรีเซ็นต์เอกสารได้



แม้จะใส่องค์ประกอบได้มากกว่า แต่ด้วยหน้าตาการใช้งานที่ค่อนข้างแตกต่างจาก Google Docs และ Microsoft Word น่าจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการทำงานบน Lark Docs เท่าไหร่นัก แต่ฟีเจอร์นี้ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ Lark Suite เป็นแพลตฟอร์มสำหรับสื่อสารในองค์กรที่ไม่ธรรมดาเลย

นอกจากนี้ยังมีระบบอื่น ๆ อย่าง Attendance ไว้เช็กอิน เช็กเอาท์ในการทำงาน, การทำ Automation ภายใน Lark ผ่าน Larkflow หรือ Approval ที่ใช้งานผ่านแชทได้เลย เอามาประยุกต์ได้หลายอย่างมาก เช่น การขอวันลา การขอโอที การเบิกอุปกรณ์ เป็นต้น พวกฟีเจอร์ส่วนเสริมนี้ จะต้องใช้งานผ่าน Destop App ของ Lark



Email

Lark สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Gmail เหมือนยก Inbox เข้ามาไว้ในแอป เพื่อให้การเปิดอ่าน หรือ ส่งอีเมล์นั้นง่ายขึ้น โดยไม่ต้องล็อกอินเข้า Gmail จะเปิดอ่านหรือส่งเมลก็ทำได้ง่าย ๆ จาก Lark ได้เลย และสามารถตั้ง Priority ให้อีเมล์ โดยจะมี Priority Box  สำหรับอีเมล์สำคัญ



ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ การส่งอีเมล์ถึงกลุ่มแชท คือเลือกผู้รับเป็นกรุ๊ปแชทได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเลือกส่งทีละคน ซึ่งอำนวยความสะดวกใหัผู้ส่งในกรณีที่ต้องส่งประกาศหรือข้อความสำคัญให้ทั้งทีมหรือแผนก



อีกจุดที่มาแก้ปัญหาของใครหลายคนที่มักจะลืมตั้งค่าการเข้าถึงไฟล์ก่อนแชร์ คือเวลาส่งอีเมล์แชร์ไฟล์ใน Lark ตรงด้านล่างของไฟล์จะมีแถบตั้งค่าการเข้าถึงให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ต้องกลัวว่าจะลืมเปิดการเข้าถึงและสามารถให้สิทธิ์ในการอ่านหรือแก้ไขไฟล์ได้ในคลิกเดียว


จุดเด่นและข้อจำกัด


จุดเด่น

1. การสื่อสารที่ตอบโจทย์ในการทำงาน

Lark Suite เป็นแชทแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์กับการทำงานในยุคใหม่ค่อนข้างมาก เนื่องจากความสามารถในการแบ่งพื้นที่แชทในแอปเป็นแผนก ทีม หรือโปรเจ็กต์ได้ตามต้องการ รวมถึงฟีเจอร์ที่แทรกอยู่ใน Lark Messenger ที่มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันให้ง่ายและดียิ่งขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าไฟล์ต่าง ๆ จะหมดอายุ 

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ VDO ที่ครอบคลุมการนัดมีตติ้ง, การ On Board, Townhall, และอื่น ๆ ที่ต้องรองรับคนจำนวนมาก

2. ฟีเจอร์สนับสนุนการทำงานร่วมกันเป็น Ecosystem

Lark Suite ไม่ได้มีดีแค่ด้าน Messenger เท่านั้น แต่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ที่ครอบคลุมและเหมาะกับการทำงานในบริษัท อย่าง Call Conference, Calendar, Online Docs และ Workplace โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่ต้องการเริ่มนำเทคโนโลยีบางอย่างเข้ามาใช้ในการทำงาน Lark Suite เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ และยังใช้งานได้ฟรีอีกด้วย 

ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับ Google Calendar และ Gmail ได้ ทำให้ผู้ใช้งานไม่ต้องสับเปลี่ยนแอปไปมาเพราะสามารถดูทุก Event และตอบทุกอีเมล์ได้ผ่าน Lark Suite เพียงแอปเดียว

อีกข้อคือ Lark มีระบบคลาวด์ขนาด 100 GB ที่สามารถเก็บข้อความ รูปภาพ และไฟล์ต่าง ๆ ไว้บนแอปได้ฟรี ทำให้ไม่กินพื้นที่ความจำภายในตัวเครื่องของผู้ใช้งาน และเมื่อเวลาย้ายเครื่อง ก็ไม่ต้องกังวลว่าข้อมูลต่าง ๆ จะหายไป


ภาพจาก Lark

3. มีฟังก์ชั่นที่เหมาะกับองค์กรที่ต้องสื่อสารกับคนทั่วโลก

หลาย ๆ ฟีเจอร์ก็เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่หรือบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานและลูกค้ามาจากหลายประเทศทั่วโลก เช่น การเชิญผู้เข้าร่วมการประชุมได้ถึง 500 คน หรือฟีเจอร์การแปลภาษาในแชท


ข้อจำกัด

1. บางฟีเจอร์ยังไม่ครอบคลุมการทำงานสำหรับองค์กรขนาดใหญ่

แม้จะมีฟีเจอร์มากมายที่แทรกอยู่ในตัวแอปที่เหมาะกับองค์กรหลายขนาด แต่เรามองว่า ฟีเจอร์เหล่านั้นเหมาะกับการใช้งานเล็ก ๆ ง่าย ๆ หรือกับโปรเจ็กต์ย่อย ๆ มากกว่า สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ฟังก์ชั่นด้านใดด้านหนึ่งแบบจัดหนักจัดเต็ม การใช้เป็นซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เช่น Project Management Software ไปเลยจะเหมาะสมที่สุด

ตัวอย่าง เช่น หากเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีหลายโปรเจ็กต์ และมีการทำงานแบบ Cross-functional หรือมี Work flow ที่ค่อนข้างใหญ่ ต้องการเน้นด้าน Task Management จริง ๆ การสร้าง Task ในแชท Lark หรือ Task Management ใน Bitable อาจตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่ ควรใช้เป็นซอฟต์แวร์ด้าน Task Management  อย่าง ClickUpMonday.comAsana, หรือ Jira ไปเลย เพราะจะมีการทำงานที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นกว่า

2. รูปแบบหน้าตาการใช้งานที่แตกต่าง

ในส่วนของการใช้ Docs และ Sheets หน้าตาของ Lark Docs จะมีลักษณะเป็นหน้าโล่ง จะไม่มีแถบเครื่องมืออยู่ด้านบนเหมือนใน Microsoft Word และ Google Docs การจะเพิ่มองค์ประกอบบางอย่างลงในหน้ากระดาษจะต้องทำโดยการคลิกเครื่องหมายบวกในแถบด้านซ้าย ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ชินกับการทำงานบน Lark Docs เท่าไหร่


และคนส่วนใหญ่น่าจะคุ้นเคยและถนัดใช้งาน Google Docs และ Sheets อยู่แล้ว หรือคนที่เราต้องส่งงานต่อให้ไม่ได้ใช้ Lark ตรงจุดนี้ทำให้ Google Doc และ Google Sheets จะง่ายต่อการแชร์และนำไปแก้ไขต่อมากกว่า 

3. ราคาสูงสำหรับแพ็กเกจเสียเงิน 

ต้องบอกว่าจริง ๆ Lark ใจใหญ่มากเพราะใช้ได้ฟรีสำหรับสมาชิกสูงถึง 50 คน แต่สำหรับบริษัทที่มีสมาชิกมากกว่า 50 ราคาจะพุ่งขึ้นทันที ถ้าใครมีพนักงานเยอะ แต่จะเน้นแค่แอปแชทอย่างเดียว ต้องบอกว่าไม่คุ้มราคาเท่าไร อย่าง Slack ในฟีเจอร์เสียเงิน ราคาต่อคนต่อเดือนเริ่มต้นที่ $7.25 หรือ Workplace จาก Meta ที่ $4 ต่อคนต่อเดือน

4. การใช้งานยังไม่เสถียร 

จากที่ลองใช้จะเจอปัญหาที่บางฟีเจอร์เหมาะใช้บน Desktop App บางฟีเจอร์ใช้บนแอปแล้วเด้งมาเว็บ อย่าง Workplace Feature จะให้ดาวน์โหลดแอปมาใช้ พอใช้งานส่วน Document จะเด้งกลับมาเว็บ ทำให้ความรู้สึก Seamless ไม่สมบูรณ์เท่าไร หรือการใช้งาน Approval ที่เป็นส่วนเสริมเหมือนกัน มีการตั้งค่าหลังบ้านที่ Web App แต่มีการใช้งานที่ Desktop App


Lark ราคาเท่าไร?


ทุกคนสามารถเริ่มต้นใช้งาน Lark Suite  ได้ฟรี เชิญสมาชิกได้สูงสุด 50 คน แชทได้ไม่จำกัด แต่สำหรับวิดีโอ จำกัดไม่เกิน 50 คน ระยะเวลา 60 นาที มาพร้อมระบบแปลภาษาในแชท และ Storage ความจุ 100 GB

ส่วน Pro เชิญได้สูงสุดที่ 500 คน มีตติ้งได้ 500 คนเหมือนกัน ระยะเวลายาวถึง 24 ชั่วโมง พร้อมความจุ 1 TB และการวิดีโอคอลแบบสามารถเบรกดาวน์ห้องได้

Lark เหมาะกับใครบ้าง?

Lark เหมาะกับเจ้าเล็กไปจนบริษัทขนาดกลางที่ต้องการใช้งานแอปแชทฟรีที่น่าใช้ฟีเจอร์สุดโหด และเหมาะกับบริษัทใหญ่ ๆ ด้วยฟีเจอร์ที่มาให้แบบล้นเหลือ รองรับคนได้จำนวนมากทั้งแชท วิดีโอ และระบบหลังบ้าน 

แต่การใช้งานแบบครบลูปของ Lark ในทุกฟีเจอร์จริง ๆ อันนี้เป็นทางเลือกสำหรับทุกคน เพราะว่าจริง ๆ การเลือกระบบ Workplace ที่รวมศูนย์ข้อมูลเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ เพราะถ้าเราลงข้อมูลอะไรไป เช่น การรวบรวมไฟล์งานต่าง ๆ ไว้ในระบบใดระบบหนึ่ง ไม่ใช่แค่ Lark การเปลี่ยนเป็นเรื่องใหญ่เสมอ 

นอกจากการสอนพนักงานใช้ซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังรวมถึงการย้ายฐานข้อมูลจำนวนมหาศาลอีกด้วย และด้วยระบบและการเชื่อมต่อในปัจจุบัน ระบบของ Google Workspace ยังทำได้ดีมากกว่า Global มากกว่า การเชื่อมต่อมี API ที่รองรับเยอะกว่า

อย่างไรก็ตาม ยังมองว่า Lark เป็นทางเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับบริษัทที่ยังไม่มีฐานข้อมูลเยอะมาก แล้วต้องการแค่แอปแชทเพื่อทำให้การสื่อสารสะดวกขึ้น ยังไงก็อยากให้ลองใช้ Lark กันดูค่ะ 

เริ่มต้นใช้งาน Lark Suite ได้ที่นี

สรุป

Lark Suite ไม่ได้เป็นแค่แชทแพลตฟอร์มธรรมดา ๆ ที่ช่วยแยกพื้นที่ชีวิตส่วนตัวออกจากพื้นที่การทำงาน ทำให้คุณสามารถมอบหมายงานได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องเสียเวลางมหาแชท เพราะกรุ๊ปงานเป็นร้อย ๆ กรุ๊ปเต็มไปหมด นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์และครอบคลุมกับการทำงานในหลาย ๆ ด้าน เรียกว่าเป็น All-in-one Tool ของแท้ แถมยังเปิดให้ใช้งานฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกด้วย

ฉะนั้นใครที่กำลังมองหาเครื่องมือเจ๋ง ๆ สำหรับการสื่อสารในที่ทำงาน Lark Suite ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจนำไปใช้ เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรของคุณให้ดียิ่งขึ้น



ที่มา : https://thegrowthmaster.com/software-review/larksuite




Visitors: 1,264,525