รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 

01. เตรียมกระเป๋าฉีก! ปรับขึ้นค่าทางด่วน 'ประจิมรัถยา'


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 

การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ประกาศปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษ "ทางด่วนประจิมรัถยา" (ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) ตามรอบสัญญาทุก 5 ปี เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดอัตราค่าผ่านทางใหม่ ดังนี้

• รถไม่เกิน 4 ล้อ: ปรับขึ้นเป็น 80 บาท (จากเดิม 65 บาท)
• รถเกิน 4 ล้อ แต่ไม่เกิน 10 ล้อ: ปรับขึ้นเป็น 130 บาท (จากเดิม 105 บาท)
• รถเกิน 10 ล้อ: ปรับขึ้นเป็น 185 บาท (จากเดิม 150 บาท)

 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 

02. คนไทยทุกคนต้องจ่ายภาษีภายใน....


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 


ตามกฎหมายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัจจุบัน ผู้ที่มีเงินได้ในปีภาษีที่ผ่านมามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี (สำหรับการยื่นแบบกระดาษ) หรือ ภายในวันที่ 8 เมษายนของทุกปี (กรณีขยายเวลายื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร)

อย่างไรก็ตาม มีประเด็นสำคัญที่ต้องแยกแยะระหว่าง "การยื่นภาษี" กับ "การเสียภาษี":

• ปัจจุบัน (ตามกฎหมายทั่วไป): เฉพาะคนที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดเท่านั้นจึงต้องยื่นและจ่ายภาษี เช่น โสดมีเงินได้พึงประเมินจากเงินเดือนเกิน 120,000 บาท/ปี หรือมีเงินได้สุทธิตั้งแต่ 150,000 บาทขึ้นไป (ซึ่งหากคำนวณลดหย่อนแล้วจะไม่เสียภาษีถ้ารายได้ไม่ถึง)

• การเปลี่ยนแปลงในอนาคต (ปี 2570): กระทรวงการคลังมีแผนผลักดันระบบภาษีเงินได้แบบติดลบ (Negative Income Tax - NIT) ซึ่งจะกำหนดให้ คนไทยทุกคนที่มีรายได้ (รวมถึงผู้ที่มีรายได้น้อยกว่าเกณฑ์) ต้องเข้ามา "ยื่นภาษี" เพื่อให้รัฐมีฐานข้อมูลรายได้จริง

หมายเหตุ: ยื่นภาษี ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องจ่ายเงินเพิ่ม

 

 

03.วิกฤติค่าครองชีพ ซ้ำเติมประชาชน


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 


น้ำมันดีเซลพุ่ง 43.50 บาท ดันค่าครองชีพพุ่ง-จ่อขึ้นทางด่วน-ไฟ-VAT แต่ "ค่าแรง" นิ่งสนิท! สว.นันทนา จี้รัฐบาลเลิกรีดประชาชน หันเก็บภาษีกลุ่มทุน

วิกฤตค่าครองชีพกำลังซ้ำเติมประชาชนอย่างหนัก หลัง ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มพุ่งสูงแตะ 43.50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาสินค้าและค่าใช้จ่ายทุกชนิดปรับตัวสูงขึ้นตามเป็นวงกว้าง ขณะที่ประชาชนยังต้องแบกรับความกังวลระลอกใหม่ ทั้งการปรับขึ้นค่าทางด่วนในวันที่ 15 ธันวาคม ค่าไฟฟ้าที่จ่อปรับขึ้น รวมถึงกระแสข่าวการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในขณะที่ปัญหาการถูก AI แย่งงานเริ่มขยายตัว แต่สิ่งที่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือปรับเพิ่มขึ้นตามภาระรายจ่ายเลยแม้แต่น้อย คือ "อัตราค่าแรงของประชาชน"

ต่อกรณีดังกล่าว ดร.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ออกมาวิจารณ์การแก้ปัญหาของรัฐบาลว่าเป็นการแก้แบบวนไปวนมาและผิดทาง โดยตั้งคำถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าไทยมีสต๊อกน้ำมันล้นจนเตรียมหาทางส่งออก ซึ่งตามหลักการเมื่อซัพพลายมากกว่าดีมานด์ ราคาน้ำมันควรจะถูกลง แต่เหตุใดประชาชนจึงยังต้องแบกรับน้ำมันราคาแพง

ดร.นันทนา ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำมันแพงอย่างยั่งยืน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดังนี้:

ทบทวนภาษี 3 ชนิดในน้ำมัน: ปรับลดภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีบำรุงท้องถิ่น เพื่อลดราคาหน้าปั๊มโดยตรง

เก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) จากกลุ่มทุน: นำเงินจากการเก็บภาษีโรงกลั่นและบริษัทน้ำมันที่มีกำไรมหาศาล (สะท้อนจากราคาหุ้นกลุ่มพลังงานที่พุ่งสูงเหนือดัชนีรวม) มาชดเชยและช่วยเหลือประชาชน

ดร.นันทนา ย้ำเตือนรัฐบาลให้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เลิกบริหารประเทศในลักษณะที่ปล่อยให้นายทุนรวยแต่ประชาชนทนไม่ไหว และเร่งดำเนินการลดราคาน้ำมันโดยด่วน แทนที่จะรีดภาษีและโยนภาระทั้งหมดให้ประชาชนแบกรับเพียงฝ่ายเดียว

 

 

04.เตือนภัยสายชาบู! สุ่มตรวจเห็ดเข็มทอง กทม. เจอเชื้ออันตราย 100%


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 


เตือนคนกินเห็ดเข็มทอง! ตรวจ 5 ตัวอย่างใน กทม. พบเชื้อลิสทิเรียทุกตัวอย่าง

คนชอบกินเห็ดเข็มทองต้องระวัง โดยเฉพาะการนำมารับประทานแบบดิบ หลังมีข้อมูลการตรวจวิเคราะห์เห็ดเข็มทองจากตลาดในกรุงเทพฯ พบการปนเปื้อนเชื้อ ลิสทิเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ครบทั้ง 5 ตัวอย่าง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รับยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเพียงพอที่จะสรุปว่าเห็ดเข็มทองจากจีนทุกตัวอย่างที่วางขายทั่วกรุงเทพฯ ปนเปื้อนเชื้อทั้งหมด

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า สถาบันอาหารเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองดิบทั้งที่ผลิตในประเทศไทยและนำเข้าจากจีน จำนวน 5 ตัวอย่าง จากร้านค้า 5 แห่งในตลาดกรุงเทพฯ เพื่อนำไปวิเคราะห์การปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าว โดยผลตรวจพบเชื้อในตัวอย่างทั้ง 5 รายการ

เชื้อลิสทิเรียเป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ในสิ่งแวดล้อม และสามารถปนเปื้อนในอาหารได้ แม้จะเก็บไว้ในตู้เย็น เพราะเชื้อชนิดนี้ยังเติบโตได้ในอุณหภูมิต่ำ การแช่เย็นจึงไม่ได้รับประกันว่าอาหารจะปลอดภัยจากเชื้อทั้งหมด

หากติดเชื้อ อาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย หรืออาเจียน โดยกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหญิงตั้งครรภ์ เพราะอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ รวมถึงความเสี่ยงต่อการแท้งหรือคลอดก่อนกำหนด

สำหรับคนที่ชอบกินเห็ดเข็มทอง แนะนำให้ล้างและปรุงให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน ไม่ควรกินแบบดิบหรือคิดว่าการแช่เย็นจะกำจัดเชื้อได้ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อดูว่ามีการระบุแหล่งผลิต รุ่นสินค้า หรือมาตรการเรียกคืนสินค้าที่ชัดเจนหรือไม่

 

 

05. น้ำมันลดแล้ว! B20-E20 เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร ก่อนเติมต้องรู้เรื่องนี้


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 


ข่าวดีคนใช้รถ! B20-E20 ลดเหลือ 33.50 บาท/ลิตร เริ่ม 28 ต.ค. ประหยัดได้หลักร้อย

คนใช้รถมีเฮ! คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับอัตราเงินกองทุนน้ำมันฯ หลัง ครม. อนุมัติลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันทั้งสองชนิดลดลงเหลือ ลิตรละ 33.50 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

การปรับราคาครั้งนี้ทำให้ B20 ถูกกว่าน้ำมันดีเซล B7 ถึง 10.04 บาทต่อลิตร ขณะที่ E20 ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 ถึง 8.54 บาทต่อลิตร โดยราคาที่ปรับลดลงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถในช่วงที่ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง

ลองคำนวณให้เห็นภาพ หากรถกระบะเติม B20 เต็มถัง 70 ลิตร จะจ่ายน้อยกว่าการเติมดีเซล B7 ประมาณ 702.80 บาท ส่วนรถยนต์นั่งที่เติม E20 จำนวน 45 ลิตร จะประหยัดกว่าการเติมแก๊สโซฮอล์ 95 ประมาณ 384.30 บาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดถังและปริมาณน้ำมันที่เติมจริง

สำหรับรายละเอียดการปรับราคา กบน. ลดอัตราเงินชดเชย B20 ลง 2.58 บาทต่อลิตร เหลือ 5.86 บาทต่อลิตร และลดอัตราเงินชดเชย E20 ลง 3.75 บาทต่อลิตร เหลือ 2.08 บาทต่อลิตร ควบคู่กับการลดภาษีสรรพสามิตตามมติ ครม. ส่งผลให้ B20 ลดจาก 37.19 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร และ E20 ลดจาก 35.69 บาท เหลือ 33.50 บาทต่อลิตร

นอกจากช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถแล้ว การใช้ B20 และ E20 ยังช่วยเพิ่มความต้องการวัตถุดิบในประเทศ ทั้งน้ำมันปาล์ม อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ และช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าได้อีกทาง

อย่างไรก็ตาม กบน. ยังคงตรึงราคาน้ำมันประเภทอื่นไว้ในระดับเดิม แม้ราคาน้ำมันตลาดโลกยังสูง โดยข้อมูลวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ระบุว่า น้ำมันดีเซลตลาดสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 180 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และเบนซินประมาณ 143 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีภาระชดเชยประมาณ 287.11 ล้านบาทต่อวัน

ก่อนเปลี่ยนไปเติม B20 หรือ E20 อย่าลืมเช็กคู่มือรถหรือสอบถามศูนย์บริการก่อน เพราะรถแต่ละรุ่นรองรับชนิดน้ำมันไม่เหมือนกัน เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหาเครื่องยนต์ในระยะยาว

 

 

06. คนใช้รถเฮ!เคาะลดดีเซลเหลือ 42.54 บาท


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 

ข่าวดีคนใช้รถ! กบน. เคาะลดดีเซล B7 ลิตรละ 1 บาท แก๊สโซฮอล์ 91-95 ลด 50 สตางค์ มีผลตี 5 พรุ่งนี้

คนใช้รถเตรียมเฮ! วันที่ 28 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคาน้ำมันดีเซล B7 ลงลิตรละ 1 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 ลงลิตรละ 50 สตางค์ โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

หลังปรับราคา ดีเซล B7 จะเหลือลิตรละ 42.54 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 เหลือลิตรละ 41.54 บาท และแก๊สโซฮอล์ 91 เหลือลิตรละ 41.17 บาท

การปรับลดครั้งนี้เป็นผลจากการปรับหลักเกณฑ์คำนวณโครงสร้างราคาน้ำมันของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) โดยยกเลิกการนำค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าสูญเสียระหว่างขนส่งทางเรือจากสิงคโปร์มาคำนวณ ทั้งที่น้ำมันส่วนใหญ่กลั่นในประเทศ รวมถึงปรับลดสัดส่วนค่าสำรองน้ำมันให้สอดคล้องกับปริมาณสำรองที่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวน โดยราคาดีเซลในตลาดสิงคโปร์ ณ วันที่ 28 ตุลาคม อยู่ที่ประมาณ 171 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่เบนซินอยู่ที่ประมาณ 139 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังต้องแบกรับภาระชดเชยประมาณวันละ 253 ล้านบาท

สำหรับน้ำมันประเภทอื่น กบน. ระบุว่ายังคงตรึงราคาขายปลีกไว้ตามเดิม เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมย้ำว่าการปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้มีเป้าหมายให้ราคาพลังงานสะท้อนต้นทุนจริงและเป็นธรรมมากขึ้น

 

 

07.ไทยช่วยไทยพลัส ใช้สิทธิเดือนพ.ย.เดือนสุดท้าย


 

รวมข่าวกระทบการใช้ชีวิต 2569

 


โค้งสุดท้าย! ไทยช่วยไทยพลัส ใช้สิทธิได้ถึง 30 พ.ย. เช็กยอดเงินด่วนก่อนหมดเขต

ใครมีสิทธิโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" อย่าลืมเช็กยอดเงินคงเหลือกันให้ดี เพราะเดือนพฤศจิกายน 2569 เป็นเดือนสุดท้ายที่สามารถใช้สิทธิได้ตามกำหนด โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อซื้อสินค้าจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้

โครงการดังกล่าวกำหนดให้รัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่ายอีก 40% มีเป้าหมายเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพ ท่ามกลางผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ไทยช่วยไทยพลัส ใช้สิทธิได้ถึงกี่โมง?
สำหรับการซื้อสินค้าผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. ส่วนการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการ ใช้สิทธิได้ในช่วงเวลา 06.00-21.00 น. ภายในระยะเวลาเดียวกัน

คำนวณเงินร่วมจ่าย 60/40 ต้องเติมเงินเท่าไร?

ตัวอย่างเช่น หากซื้อสินค้าราคา 100 บาท รัฐบาลช่วยจ่าย 60 บาท ประชาชนจ่ายเอง 40 บาท ส่วนสินค้าราคา 200 บาท รัฐบาลช่วยจ่าย 120 บาท และประชาชนร่วมจ่าย 80 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามวงเงินและเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

หากได้รับวงเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเต็มจำนวน 1,000 บาทต่อเดือน และใช้สิทธิได้ครบตามสัดส่วน 60/40 จะต้องใช้เงินส่วนตัวประมาณ 666.67 บาท เพื่อให้มียอดใช้จ่ายรวมประมาณ 1,666.67 บาท
 
 
 
Visitors: 2,078,891