ความสุขในการทำงานปี 2026? Jobsdb เผยไทยรั้งอันดับ 3 เอเชีย แต่เสี่ยง Burnout!
|
ความสุขในการทำงานปี 2026? Jobsdb เผยไทยรั้งอันดับ 3 เอเชีย แต่เสี่ยง Burnout!
ถึงงานจะหนักแต่หัวใจต้องไหว! ชวนดูผลสำรวจล่าสุดในวันที่ชาวออฟฟิศเกินครึ่งกำลังเผชิญภาวะหมดไฟ เราจะเปลี่ยน ‘ที่ทำงาน’ ให้กลายเป็น ‘พื้นที่แห่งความสุข’ ได้ยังไงบ้าง? เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีโมเมนต์ที่ตื่นมาแล้วถามตัวเองว่า ‘เราทำงานไปเพื่ออะไร?’ แม้เงินเดือนจะเข้าตรงเวลา แถมยังเหลือให้ใช้จ่ายได้เพียงพอ แต่บางทีความรู้สึก Burnout หรือ ภาวะหมดไฟ มันก็กัดกินใจจนประสิทธิภาพการทำงานลดฮวบ วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่า อะไรคือสิ่งที่คนทำงานยุคนี้ต้องการมากกว่าแค่ ‘เงินเดือน" Jobsdb by SEEK เผยผลสำรวจจากรายงาน ‘Workplace Happiness Report’ ประจำปี 2568 จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คนในประเทศไทย พบว่าคนทำงานชาวไทยมีความสุขอยู่ที่ 67% อันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิก รองจากอินโดนีเซีย (82%) และฟิลิปปินส์ (77%) ในขณะที่สิงคโปร์ (56%) และ ฮ่องกง (47%) มีระดับความสุขที่ต่ำกว่า แม้ตัวเลขความสุขในภาพรวมของไทยจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่เบื้องหลังตัวเลขนี้มี ‘ความจริง’ บางอย่างซ่อนอยู่
5 ปัจจัยที่ทำให้ชาวออฟฟิศไทย ‘ยิ้มได้’จากการสำรวจพบว่า สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขในที่ทำงานมากที่สุดยุคใหม่คือ การบริหารจัดการสมดุลระหว่าง ‘สิ่งที่พนักงานให้ความสำคัญ’ กับ ‘สิ่งที่พนักงานได้รับในชีวิตจริง’
องค์กรควรใส่ใจปัจจัยที่พนักงานให้ความสำคัญ และปรับปรุงสิ่งที่พนักงานยังรู้สึกขาดอยู่ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีแรงจูงใจและรู้สึกมีคุณค่า แม้พนักงานจะมีความพึงพอใจในหน้าที่และความรับผิดชอบสูงถึง 65% แต่กลับมีเพียง 53% เท่านั้นที่พึงพอใจกับภาระงาน และความกดดันที่ได้พบเจอจริงระหว่างการทำงาน
เจาะลึกความสุขในการทำงาน 4 Generation ใครไหว ใครจะไป?เพราะ ‘ความสุข’ ของแต่ละวัยไม่เหมือนกัน ระดับประสบการณ์การทำงานและภาระความรับผิดชอบในชีวิตก็แตกต่างกัน ลองมาเช็กดูว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน และองค์กรควรดูแลสวัสดิภาพแบบไหนให้ตรงใจและมีประสิทธิภาพ
กลายเป็นกลุ่มวัยที่มีความสุขน้อยที่สุด (59%) และ Burnout สูงถึง 51% เพราะอยู่ในช่วงปรับตัว วิธีแก้คือต้องมี ‘เพื่อนหรือหัวหน้างาน’ ที่คอย Support และบรรยากาศการทำงานที่เป็นมิตร
ความสุขอยู่ที่ 67% สิ่งที่ต้องการที่สุดคือ ‘ความสมดุล’ เพราะต้องดูแลทั้งงานและครอบครัวไปพร้อมกัน การทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working) คือแต้มต่อในการรักษาคนกลุ่มนี้ไว้ได้ในระยะยาว
ความสุขพุ่งไปที่ 72% เพราะความก้าวหน้าในอาชีพและมีฐานรายได้สูงที่สุด เน้นความภูมิใจในหน้าที่รับผิดชอบ การได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และเงินเดือนที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
เป็นกลุ่มที่มีความสุขสูงสุด (75%) และหมดไฟน้อยที่สุด เพราะมีความผูกพันกับองค์กรสูง พึงพอใจในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และมองเห็นภาพรวมของชีวิตงานชัดเจนแล้ว
ดวงพร พรหมอ่อน กรรมการผู้จัดการ Jobsdb by SEEK ย้ำชัดว่า ‘พนักงานที่มีความสุข’ คือทรัพยากรที่ทรงพลังที่สุด เพราะคนทำงานที่มีความสุขมีแนวโน้มจะทุ่มเททำงาน ‘เกินความคาดหวัง’ สูงถึง 86% ในขณะที่คนอมทุกข์ทำได้แค่ 54% เท่านั้น นอกจากนี้ คนที่มีความสุขจะอยากบอกต่อสิ่งดีๆ เกี่ยวกับบริษัทให้คนภายนอกฟังมากกว่าคนไม่มีความสุขถึง 35% เรียกว่าเป็น Brand Ambassador ชั้นดีเลยทีเดียว วิธีเปลี่ยนจากแค่ทำงานแบบ ‘อยู่ได้’ เป็น ‘อยู่ยาว’ ได้อย่างไร?
ที่มา : Jobsdb by SEEK https://www.springnews.co.th/lifestyle/spring-life/862926
|





