กูรูหวั่นล็อกดาวน์รอบ 2 ฉุดใช้จ่าย-เศรษฐกิจวูบ

กูรูหวั่นล็อกดาวน์รอบ 2 ฉุดใช้จ่าย-เศรษฐกิจวูบ
 
สำนักวิจัยเศรษฐกิจผวาโควิด-19 ระบาดระลอก2 ฉุดเศรษฐกิจไทยฟื้นช้า "ทีเอ็มบี"หวั่นล็อกดาวน์ลามทั่วประเทศ กระทบต้นทุนทางเศรษฐกิจรอบใหม่ 4-5 แสนล้านบาท แนะรัฐเร่งควบคุมการระบาด
 
ด้าน"บล.เอเซียพลัส”คาดนักลงทุนในประเทศขายลดความเสี่ยงกดดันหุ้นไทยกลับมาร่วง ขณะนี้บล.หยวนต้า มั่นใจดัชนีไม่หลุด 1,400 จุด
 
กูรูหวั่นล็อกดาวน์รอบ 2 ฉุดใช้จ่าย-เศรษฐกิจวูบ
 
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กลับมามีความเสี่ยงมากขึ้น หลังจากเกิดการแพร่ระบาดรอบใหม่ที่ตลาดกลางกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร จนนำมาซึ่งการใช้มาตรการปิดเมือง ห้ามแรงงานต่างด้าวเข้าออกจากพื้นที่ รวมทั้งสาธารณสุขใช้มาตรการเชิงรุกตรวจกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงอย่างละเอียด คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อจำนวนมาก และอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การใช้จ่ายของประชาชนให้ชะลอตัวอีกครั้งหรือไม่
 
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้บริหารศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ธนาคารทหารไทย หรือ TMB Analytics กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่สมุทสาครที่มีผู้ติดเชื้อกว่า 694 ราย ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผล กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจการใช้จ่าย การท่องเที่ยวค่อนข้างมาก โดยเฉพาะช่วงสิ้นปีที่เป็นเทศกาลปีใหม่
 
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญสุดเวลานี้ คือ ต้องพยายามติดตาม ควบคุมการแพร่ระบาดให้ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงล็อกดาวน์ในพื้นที่อื่นๆเพิ่มเติม เพราะหากเกิดการล็อกดาวน์ประเทศรอบใหม่ จะเกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล หรือราว 4-5 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับล็อกดาวน์ประเทศรอบแรกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องหยุดไป
 
ทั้งนี้ควรหาแนวทางป้องกัน ควบคุม การล็อกดาวน์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะประเมินเบื้องต้น ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผลต่อจีดีพีต่อไตรมาส ถึงราว 2.8 แสนล้านบาท ดังนั้นความสูญเสียและต้นทุนทางเศรษฐกิจจะมีมหาศาล หากไม่สามรถหยุดการแพร่ระบาด และนำไปสู่การล็อกดาวน์ในที่สุด
 
"หากต้องล็อกดาวน์เหมือนครั้งแรก มูลค่าเศรษฐกิจจะหายไปทันที 4-5 แสนล้านบาท รวมเม็ดเงินจากเราไม่ทิ้งกันด้วย ดังนั้นจำนวนนี้เป็นวงเงินที่เยอะมาก แทนที่จะนำเงินส่วนนี้ไปกระใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นคงต้องจับตาใกล้ชิดว่ามีการแพร่ระบาดมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะปลายปีในระยะสั้นๆหลังจากนี้ ที่อาจกระทบต่อการท่องเที่ยว การจับจ่ายท่องเที่ยวปลายปี หากหยุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจผลกระทบที่จะตามมาเยอะ"
 
 
เร่งรัฐ-ธปท.ช่วยชดเชยรายได้
 
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า การกลับมาระบาดของโควิด-19 อย่างหนักในจังหวัดสมุทรสาคร ​น่าจะทำให้คนระมัดระวังการเดินทาง​ หรือออกนอกบ้าน​ ซึ่งจะกระทบธุรกิจร้านค้า​ปลีก ร้านอาหาร​ โรงแรม​ ขนส่ง​ และอื่นๆ​ รายได้คนลดลง​ เกิดปัญหาเศรษฐกิจ​ได้ในระดับหนึ่ง​ แต่เราอาจมองว่าต้องเร่งจำกัดการแพร่ระบาดและแก้ปัญหาสาธารณสุข​ก่อน​
 
ดังนั้นเพื่อจำกัดการระบาด​ รัฐอาจเลือกล็อกดาวน์​เมือง​ คือ​ ให้ปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ​บางส่วน​ คำถามที่ตามมาคือ​ คนขาดรายได้แล้วรัฐจะชดเชยอย่างไร​ จะให้แจกเงินเหมือนเดิม​ ลดค่าน้ำ​ ค่าไฟ หรือให้หามาตรการกระตุ้น​เศรษฐกิจ​อะไรได้อีก​
 
ส่วนตัวมองว่าการแจกเงินเพื่อชดเชยรายได้หรือการเติมเงิน​ซอฟท์โลนอาจต้องเร่งทำเพื่อไม่ให้คนมีปัญหา​ทางการเงินมากไปกว่านี้​ หรือแม้แต่ธุรกิจอาจล้มเพราะขาดสภาพคล่อง​ ซึ่งประเด็นที่ห่วงคือ ต่อให้รัฐสั่งล็อกดาวน์​แล้ว​ คนจะเชื่อหรือไม่​ เพราะประชาชนอาจต้องยอมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ในการออกมาค้าขาย​ เพื่อแลกกับเงินในการเลี้ยงดูครอบครัว​
 
อีกทั้งมีความไม่แน่ใจว่ารัฐจะช่วยเหลือได้ทันท่วงที​หรือไม่​ ซึ่งจะยิ่งให้โควิด-19แพร่ระบาดกระจายวงกว้างมากขึ้น​ หากต้องเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ​ในระดับหนึ่งเพื่อให้คนอยู่รอด​ ดังนั้นอาจใช้การเว้นระยะห่าง​ทางสังคม ทำงานที่บ้านบางส่วน​ เดินซื้อสินค้าได้แต่ด้วยความระมัดระวัง​การติดเชื้อ​ ซึ่งอาจพอให้ยังมีแรงส่งให้เศรษฐกิจ​หมุนเวียนได้​
 
แต่ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นการเรียกร้องให้รัฐบาลและธปท.เข้ามาประคองเศรษฐกิจ​อย่างเร่งด่วน​ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการขาดรายได้​ ทั้งให้เงิน​ ลดรายจ่าย​ มอบอาหารและสิ่งของจำเป็น​ และการให้เงินทุนหมุนเวียน​ ช่วงนี้ควรตุนกระแสเงินสดไว้บ้าง หากทำได้เร็วและทั่วถึง​ เราน่าจะรอดพ้นวิกฤติการระบาดรอบสองนี้ไปได้

Visitors: 609,373