มิลานสู้โลกร้อนด้วยการปลูกต้นไม้

มิลานสู้โลกร้อนด้วยการปลูกต้นไม้
 
 
ตึก Library of Trees ใจกลางเมืองมิลานเป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองยุคใหม่ที่พยายามพลิกโฉมตัวเอง จากป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยมลภาวะเป็นเมืองยั่งยืนด้วยการสร้างสวนสาธารณะและอาคารรูปแบบใหม่ๆ พร้อมกับการปลูกต้นไม้เพิ่ม 3 ล้านต้นภายใน 10 ปีข้างหน้า
องคการสหประชาชาติคาดว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรของโลกกว่า 70% จะอาศัยอยู่ในเมือง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองให้น่าอยู่ พลังงานและทรัพยากรอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
 
หลายๆ เมืองในโลกจึงพยายามหานวัตกรรมที่จะช่วยให้ประชาชนรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะที่นับวันจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของมนุษย์
 
หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 จึงให้น้ำหนักกับการสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) เพื่อต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ง่าย และส่งเสริมการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเมืองเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต รวมทั้งบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นทุกที
 
การสร้างป่าในเมืองเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดในการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศลดการใช้พลังงาน รวมไปถึงเป็นแหล่งบรรเทาภัยธรรมชาติเช่นน้ำท่วม
 
ในเมืองซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ แนวคิดเรื่องสวนแนวตั้งนับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปพร้อมๆ การขยายตัวของที่อยู่อาศัยและพื้นที่ใช้ประโยชน์ของคนเมือง
 
ตึก Library of Trees ในมิลาน สร้างป่าแนวตั้งด้วย พรรณพืชกว่า 1.35 แสนต้น เป็นไม้ยืนต้นกว่า 800 ต้น ไม้พุ่มอีก 4,500 ต้น คิดเป็นป่าแนวราบขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 3.5 สนาม และเป็นแรงบันดาลใจให้มีการพัฒนาอาคารในลักษณะเดียวกันในอีกหลายเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์และจีน
 
สำหรับประเทศเขตร้อนอย่างเมืองไทย เราโชคดีที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของต้นไม้ การสร้างป่าแนวตั้งก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจโดยเฉพาะกับโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด น่าจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ไม้ใหญ่ในเมืองไม่ให้ถูกตัดอย่างไม่ใส่ใจอีกด้วย
 
ตึก Library of Trees ใจกลางเมืองมิลานเป็นตัวอย่างหนึ่งของเมืองยุคใหม่ที่พยายามพลิกโฉมตัวเอง จากป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยมลภาวะเป็นเมืองยั่งยืนด้วยการสร้างสวนสาธารณะและอาคารรูปแบบใหม่ๆ พร้อมกับการปลูกต้นไม้เพิ่ม 3 ล้านต้นภายใน 10 ปีข้างหน้า
องคการสหประชาชาติคาดว่าอีก 30 ปีข้างหน้า ประชากรของโลกกว่า 70% จะอาศัยอยู่ในเมือง การปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเมืองให้น่าอยู่ พลังงานและทรัพยากรอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
หลายๆ เมืองในโลกจึงพยายามหานวัตกรรมที่จะช่วยให้ประชาชนรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ เช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมลภาวะที่นับวันจะส่งผลโดยตรงต่อสุขภาวะและคุณภาพชีวิตของมนุษย์
หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป้าหมายที่ 11 จึงให้น้ำหนักกับการสร้างเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities) เพื่อต้องการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงพื้นที่สีเขียวได้ง่าย และส่งเสริมการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในเมืองเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต รวมทั้งบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงมากขึ้นทุกที
การสร้างป่าในเมืองเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดในการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศลดการใช้พลังงาน รวมไปถึงเป็นแหล่งบรรเทาภัยธรรมชาติเช่นน้ำท่วม
ในเมืองซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ แนวคิดเรื่องสวนแนวตั้งนับเป็นวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปพร้อมๆ การขยายตัวของที่อยู่อาศัยและพื้นที่ใช้ประโยชน์ของคนเมือง
ตึก Library of Trees ในมิลาน สร้างป่าแนวตั้งด้วย พรรณพืชกว่า 1.35 แสนต้น เป็นไม้ยืนต้นกว่า 800 ต้น ไม้พุ่มอีก 4,500 ต้น คิดเป็นป่าแนวราบขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 3.5 สนาม และเป็นแรงบันดาลใจให้มีการพัฒนาอาคารในลักษณะเดียวกันในอีกหลายเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์และจีน
สำหรับประเทศเขตร้อนอย่างเมืองไทย เราโชคดีที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของต้นไม้ การสร้างป่าแนวตั้งก็เป็นแนวคิดที่น่าสนใจโดยเฉพาะกับโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด น่าจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ไม้ใหญ่ในเมืองไม่ให้ถูกตัดอย่างไม่ใส่ใจอีกด้วย
Visitors: 881,211