คนเยอรมัน 20,000 คน ได้ออกมาเดินขบวนประท้วงไม่ยอมใส่หน้ากาก

คนเยอรมันนับหมื่นคนออกมาเดินขบวนประท้วง ไม่ยอมใส่หน้ากากป้องกันโควิด-19 เรื่องง่ายง่ายดีดีแต่ไม่ยอมทำกัน
 
Cr.Reuters.com
 
สำนักข่าวรอยเตอร์(Reuters)ได้รายงานว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา(1 สค 2563) คนเยอรมัน 20,000 คน ได้ออกมาเดินขบวนประท้วงกลางกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมนี
Cr.วิกรม กรมดิษฐ์
 
โดยผู้ประท้วงกล่าวว่ารัฐบาลได้ขโมยเสรีภาพ(Freedom)ของพวกเขาไป รัฐบาลได้ละเมิดสิทธิ(Rights) ละเมิดเสรีภาพ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยเลย มาบังคับให้ประชาชนใส่หน้ากาก(Face Mask)เหมือนกับประชาชนเป็นทาส กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวว่า พวกเขาต้องการประชาธิปไตย ต้องการเสรีภาพ ไม่ต้องการเป็นทาส
 
Cr.Reuters.com
 
รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเยอรมัน J.Spahn บอกว่า การประท้วงไม่เห็นด้วยสามารถแสดงความคิดเห็นและแสดงออกได้ แต่ผู้ประท้วงได้ละเมิดและะไม่เคารพกฎของการออกมาชุมนุมประท้วง
ไม่ยอมรักษาระยะห่างทางสังคม
ไม่ใส่หน้ากาก(Mask)
ไม่ดูแลสุขอนามัย
เป็นคนส่วนน้อยที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ต้องเดือดร้อน
คนเยอรมันจะมีความเสี่ยงสูงกันทั้งประเทศ ที่จะเกิดการระบาดของโรคโควิด19
 
ตัวเลขสถานการณ์ของโรคโควิด-19 (3 สิงหาคม 2563)
เยอรมันมีผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ 18 ของโลก จำนวน 211,462 คน และมีผู้เสียชีวิต 9,226 คน
 
Cr.FB.วิกรม กรมดิษฐ์
 
นับเป็นเรื่องที่คนไทยเราคาดไม่ถึง หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อเลยทีเดียว ที่ประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีระดับการศึกษาค่อนข้างดีเช่น สหรัฐอเมริกา และเยอรมัน มีกลุ่มคนนับหมื่นคน(แม้จะเป็นส่วนน้อยของสังคม) ได้แสดงความไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับมาตรการทางสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากมากมาย ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายมาก และเห็นผลในการควบคุมการระบาดของโรคได้ดี
 
เน้นแต่เรื่องความเชื่อ ความต้องการส่วนบุคคล บางรายถึงขั้นเชื่อว่าโควิด-19เป็นเรื่องหลอกลวงไม่เป็นความจริง ไม่มีโรคโควิด-19 ในโลกนี้
 
บางรายก็บอกว่าการที่รัฐบังคับให้ใส่หน้ากากเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ไม่เป็นประชาธิปไตย ละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน
ยอมรับว่างงมากครับ
 
ดีใจที่ประเทศไทยเราไม่ได้เป็นแบบนี้ครับ
 
Reference
 
ที่มา : ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย
Visitors: 296,036