ความน่ากลัวใหม่ของ Facebook

ความน่ากลัวใหม่ของ Facebook

Facebook ก่อตั้งมาเพียง 16 ปี ปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 2.6 พันล้านคนทั่วทั้งโลก ส่งผลให้ทรัพย์สินของอดีตนักศึกษาฮาร์วาร์ด อย่างมหาเศรษฐี “มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก” ณ ตอนนี้ อยู่ที่ 86.5 พันล้านเหรียญฯ หรือ 2.76 ล้านล้านบาท เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 7 ของโลก..

แม้ Facebook จะเติบโตและครองอิทธิพลต่อผู้คนทั้งโลกมากแค่ไหน แต่ทว่า Facebook ก็เคยประสบกับปัญหาทางการตลาดเช่นเดียวกัน

2 ปีก่อน Facebook สูญเสียภาพลักษณ์ จากการโจมตีของนักการเมืองและฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีข่าวว่า Facebook เผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวลงไปในโลกอินเทอร์เน็ต

นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่า Facebook มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับการบิดเบือนผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลให้ Facrbook ณ เวลานั้น สะกดคำว่าขาขึ้นไม่ออก และสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเป็นอย่างมาก

แต่ถึงอย่างไร ยักษ์ใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล ก็สามารถเรียกความสนใจกลับมาได้ แม้จะมีโรคระบาดคั่นกลาง.. อยู่ดี

                                                                                        Cr. The independent

Covid-19 ส่งผลเสียต่อบริษัท ห้างร้าน และเศรษฐกิจโดยรวมของทั้งโลกก็จริง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับ Facebook

ภาพรวมของปี 2020 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนนี้ หุ้นของ Facebook ในตลาดหุ้น NASDAQ ปรับตัวขึ้นมากว่า 11% แต่ถ้าหากนับจากจุดต่ำสุดในประวัติการณ์ของบริษัท ในวันที่ 16 มีนาคม จนถึงตอนนี้ หากมีการลงทุนไป 100 บาท จะได้กำไรกลับมากว่า 56 บาท

นอกจากนี้ ล่าสุด Facebook เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือฟังก์ชั่น E-Commerce ที่มีชื่อว่า Facebook Shop ใช้ทั้งสามแอป Facebook, Messenger และ WhatsApp ซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ค้าออนไลน์ทั้งหลาย ที่ไม่สามารถเปิดหน้าร้านได้ ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยให้ลูกค้ากับผู้ค้า เข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น

แต่ความน่าสนใจ ไม่ใช่แค่นี้.. เพราะนัยยะสำคัญของเรื่องนี้มันคือ “เกมรุก” ของเศรษฐีมาร์ค..

ในภาพรวมของทั้งโลก หน้าร้านของธุรกิจต่าง ๆ ไม่สามารถเปิดร้านได้ นี่คือพันล้านโอกาสที่ Facebook ใช้เป็นเครื่องมือสร้างเม็ดเงิน นักลงทุนได้ให้การคาดการณ์ว่า Facebook จะสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มนี้ได้มากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่า รายได้ในแต่ละปีที่มหาศาลอยู่แล้ว จะมหาศาลขึ้นอีก..

อิงภาพรวมผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง..

ปี 2017

มีรายได้รวม 40,653 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กำไรสุทธิ 15,934 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปี 2018

มีรายได้รวม 55,838 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กำไรสุทธิ 22,112 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปี 2019

มีรายได้รวม 70,697 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

กำไรสุทธิ 18,485 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

นอกจากนี้แล้ว วัฒนธรรมองค์กรรูปแบบใหม่ที่ Facebook จะใช้ให้สำเร็จภายในปี 10 ปีข้างหน้า นั่นก็คือ การให้พนักงานครึ่งหนึ่งของบริษัท ทำงานจากที่บ้าน..

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของยักษ์ใหญ่ของโลกแบรนด์นี้ มีอะไรมาให้ลุ้นกันอยู่ตลอด ความพิเศษของ Facebook คือสามารถสร้างรายได้และกำไรได้หลายทาง และขุมกำลังเทคโนโลยีเฉพาะตัวหลายรูปแบบ นั่นคือความน่ากลัวใหม่ ที่ยักษ์ใหญ่จะครองอิทธิพลจากคนทั้งโลกในระยะยาว.. ไปอีกนาน

 

 

Cr : SWIVEL : https://www.blockdit.com/articles/5ec7d8d0bc2c9258652bb6d1/#

 

Visitors: 606,449