ผลวิจัยพบ COVID-19 อยู่ในร่างกายได้ 37 วัน แถมไม่ไปไหน แม้หายแล้ว

 ผลวิจัยเผย เชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ สามารถอยู่ในร่างกายได้นานถึง 37 วัน แม้ผู้ป่วยหายแล้ว ไม่มีอาการของโรค แต่เชื้อยังฝังตัวอยู่ และอาจแพร่ให้คนอื่นได้อีก

7 วัน โดยเชื้อจะฝังอยู่ในระบบทางเดินหายใจ หมายความว่าผู้ป่วยจะสามารถติดเชื้อได้เป็นระยะเวลายาวนานหลายสัปดาห์

          การค้นพบดังกล่าวถูกแผยแพร่ผ่านวารสารทางการแพทย์ The Lancet เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ในหัวข้อ "Clinical course and risk factors for mortality of adult inpatients with COVID-19 in Wuhan, China: a retrospective cohort study" โดยแพทย์ที่โรงพยาบาลจินหยินตัน และโรงพยาบาลโรคปอดอู่ฮั่น ได้ทดสอบตรวจร่างกายผู้ติดเชื้อ 191 ราย รวมทั้งศพผู้เสียชีวิต 54 ศพ

          พวกเขาพบตัวอย่างพันธุกรรมของเชื้อโคโรนาไวรัสอยู่ในร่างกายของผู้ป่วยที่หายจากโรคโควิด 19 หลังจากผ่านการติดเชื้อมาแล้ว 20 วัน

          เมื่อเปรียบเทียบโรค COVID-19 กับโรคซาร์ส (SARS) แล้ว พบว่ามีเพียงแค่ 1 ใน 3 ของผู้ป่วยโรคซาร์ส ที่ยังมีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกาย หลังจากระยะเวลา 4 สัปดาห์ แต่กรณีของโรคโควิด 19 นั้นแสดงให้เห็นว่าเชื้อยังสามารถฝังตัวอยู่ในร่างกายได้นานมากกว่า 5 สัปดาห์

          หมอเฟย โจว จากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ของจีน หนึ่งในผู้เขียนบทวิจัยดังกล่าว เปิดเผยว่า นัยสำคัญ 2 ประการจากการค้นพบดังกล่าวคือ การตัดสินใจแยกตัวกักกันผู้ป่วย และข้อแนะนำเกี่ยวกับระยะเวลาในการให้ยาต้านไวรัส โดยในปัจจุบัน ระยะเวลาในการกักกันอยู่ที่ 14 วัน

          แต่ถ้าหากผู้ป่วยยังคงมีเชื้อหลงเหลืออยู่ในร่างกาย แม้ว่าอาการของโรคจะหายไปแล้ว นั่นหมายความว่าหลังจากที่พวกเขาออกจากโรงพยาบาลหรือศูนย์กักกันไปแล้ว พวกเขาเหล่านี้อาจจะแพร่กระจายเชื้อโรคให้คนอื่น ๆ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวเลย

          การค้นพบครั้งนี้ได้เผยถึงอีกหนึ่งความซับซ้อนของเชื้อโคโรนาไวรัส สายพันธุ์ใหม่ และมันเป็นการเพิ่มความท้าทายในการจัดการกับโรคที่ยากอยู่แล้ว ให้ยุ่งยากยิ่งไปกว่าเดิมอีกหลายเท่า เพราะมันเป็นอะไรที่น่ากลัวกว่าที่หลายคนคาดคิด

 

 

ที่มา : Kapook.com

Visitors: 296,184